สั่งซื้อ พ.ร.บ. / ต่อทะเบียน ออนไลน์
เงื่อนไข
1.อายุรถยนต์ต้องไม่เกิน 7 ปี
2.ไม่ค้างจ่ายข้ามปี
3.กรุณาอ่านเงื่อนไขก่อนโทร
โทร 0-2939-0923#14,089-255-8749
 
1. เลือกบริการที่ท่านต้องการ
พ.ร.บ. อย่างเดียว ต่อทะเบียน อย่างเดียว  พ.ร.บ. + ต่อทะเบียน
 

วิธีคำนวณอัตราภาษีตาม พ.ร.บ. รถยนต์

ตัวอย่างที่ 1 รถนั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รถเก๋ง) ขนาดเครื่องยนต์ 1331 ซีซี เวลาคำนวณภาษี ขนส่งเค้าจะคิดจากขนาดเครื่องยนต์ ให้พวกเราดูที่เอกสารหน้าที่ 4
วิธีการคิด 1. 600 ซีซี แรก ซีซีละ 0.5 = 600x0.5 = 300 บาท
2. 601-1800 ซีซีๆ 1.50 = (1331-600)x1.50 = 731x1.50 = 1,096.50 บาท
3. คิดเป็นภาษี = 300 + 1,096.50 = 1,396.50 บาท

สรุป เราต้องจ่ายภาษีรถคันนี้ 5 ปีๆ ละ 1,396.50 บาท
ปีที่ 6 ลด 10% = 1,396.50-10% = 1,256.85 บาท
ปีที่ 7 ลด 20% = 1,396.50-20% = 1,117.20 บาท
ปีที่ 8 ลด 30% = 1,396.50-30% = 977.55 บาท
ปีที่ 9 ลด 40% = 1,396.50-40% = 837.90 บาท
ปีที่ 10 ลด 50% = 1,396.50-50% = 698.25 บาท
ปีที่ 11 => ตลอดอายุการใช้รถเสียภาษีปีละ 698.25 บาท

ตัวอย่างที่ 2 รถบรรทุกส่วนบุคคล น้ำหนักรวม 1,400 กก. เวลาคำนวณภาษี ขนส่งเค้าจะคิดจากน้ำหนักของรถ ให้พวกเราดูที่เอกสารหน้าที่ 3 ตรงคอลัมสุดท้าย
วิธีการคิด ดูตรงช่องน้ำหนักรถ 1,251 - 1,500 กก. คิดภาษีปีละ = 900 บาท

ตัวอย่างที่ 3 รถนั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง (รถตู้) น้ำหนักรวม 1,900 กก. เวลาคำนวณภาษี ขนส่งเค้าจะคิดจากน้ำหนักของรถ ให้พวกเราดูที่เอกสารหน้าที่ 3 ตรงคอลัมแรก
วิธีการคิด ดูตรงช่องน้ำหนักรถ 1,751 - 2,000 กก. คิดภาษีปีละ = 1,600 บาท

ตัวอย่างที่ 4 รถนั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รถพวก 4 ประตู, Sport Rider, Mu7) ขนาดเครื่องยนต์ 2,494 ซีซี เวลาคำนวณภาษี ขนส่งเค้าจะคิดจากขนาดเครื่องยนต์ ให้พวกเราดูที่เอกสารหน้าที่ 4 รถกลุ่มนี้ภาษีจะค่อนข้างแพง แต่ พ.ร.บ. ถูกครับแค่ 752.21 บาทเองครับ
วิธีการคิด 1. 600 ซีซี แรก ซีซีละ 0.5 บาท = 600x0.5 = 300 บาท
2. 601-1800 ซีซีๆ 1.50 บาท = (1800 - 600)x1.50 = 1200 x 1.50 = 1,800 บาท
3. เกิน 1800 ซีซีๆ 4 บาท = (2494 - 1800) x 4 = 694 x 4.00 = 2,776 บาท
4. คิดเป็นภาษี = 300 + 1,800 +2,776 = 4,876 บาท

สรุป เราต้องจ่ายภาษีรถคันนี้ 5 ปีๆ ละ 1,396.50 บาท
ปีที่ 6 ลด 10% = 4,876-10% = 4,388.40 บาท
ปีที่ 7 ลด 20% = 4,876-20% = 3,900.80 บาท
ปีที่ 8 ลด 30% = 4,876-30% = 3,413.20 บาท
ปีที่ 9 ลด 40% = 4,876-40% = 2,925.60 บาท
ปีที่ 10 ลด 50% = 4,876-50% = 2,438 บาท
ปีที่ 11 => ตลอดอายุการใช้รถเสียภาษีปีละ 2,438 บาท

กรมการขนส่งทางบกมีหน้าที่รับผิดชอบการตรวจสภาพรถ ทั้งรถที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. 2522 รถที่จะนำมาใช้ในการขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 หรือ นำมาจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. 2522 จะต้องมีสภาพมั่นคง แข็งแรง มีลักษณะ
ขนาด และเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถ ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับรถ ผู้โดยสารไปกับรถคันนั้น ผู้ขับขี่รถคันอื่น ๆ คนเดินถนน รวมทั้งสภาพแวดล้อมต่าง ๆ

1. รถที่อยู่ในข่ายต้องตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี
1.1 รถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท โดยไม่จำกัดอายุการใช้งาน
1.2 รถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทรถดังนี้
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
- รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
- รถจักรยานยนต์ ที่มีอายุใช้งานครบ 5 ปี ขึ้นไป

2. สถานที่ตรวจสภาพ
2.1 รถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท เจ้าของรถจะนำไป
ตรวจสภาพ ที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก
หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้
2.2 รถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทรถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์
ต้องตรวจสภาพกับสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น
ยกเว้น
1) รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม จะตรวจสภาพที่ ตรอ. หรือหน่วยงานของ
กรมการขนส่งทางบกก็ได้
2) รถของส่วนราชการ บุคคลในคณะผู้แทนทางการฑูต คณะผู้แทนทางกงสุล องค์การ
ระหว่างประเทศ ฯลฯ จะตรวจสภาพที่ ตรอ. หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก ก็ได้
3) รถที่มีการดัดแปลงสภาพ รถที่เปลี่ยนสี เปลี่ยนเครื่องยนต์ รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลขตัวรถ
หรือเลขเครื่องยนต์ รถที่ขาดต่ออายุทะเบียนเกิน 1 ปี ฯลฯ (รายละเอียดตามข้อ 7)
ให้นำรถไปตรวจสภาพ ณ หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก
3. ระยะเวลาที่ต้องนำรถไปตรวจสภาพ
การตรวจสภาพรถ เจ้าของสามารถนำรถไปตรวจสภาพล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน
ก่อนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปี
4. อัตราค่าตรวจสภาพ
รถจักรยานยนต์ คันละ 60 บาท
รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 150 บาท
รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 250 บาท
ในการไปติดต่อกับสถานตรวจสภาพรถให้เจ้าของรถนำรถและสมุดคู่มือทะเบียนรถไปแสดง หากผลการตรวจสภาพปรากฏว่า รถอยู่ในเกณฑ์ผ่านการตรวจสภาพ
สถานตรวจสภาพรถจะออกใบรับรองการตรวจสภาพรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
รถอยู่ในเกณฑ์ไม่ผ่านการตรวจสภาพ สถานตรวจสภาพรถจะแจ้งข้อบกพร่องที่เป็นเหตุให้รถนั้นไม่ผ่านการตรวจสภาพให้เจ้าของทราบ
เพื่อจะได้นำรถไปแก้ไขข้อบกพร่องแล้วนำมาตรวจใหม่ หากแก้ไขแล้วนำไปตรวจสภาพที่
สถานตรวจสภาพรถเอกชนแห่งเดิมภายใน 15 วัน จะเสียค่าตรวจใหม่ ในอัตราครึ่งหนึ่งของ
ค่าบริการที่กำหนดไว้ แต่หากเกิน 15 วัน หรือไปตรวจที่สถานตรวจสภาพรถเอกชนแห่งอื่น
จะเสียค่าบริการเต็มอัตรา
5. การนับอายุใช้งานของรถ
การนับอายุการใช้งานของรถ ให้นับอายุทางทะเบียนโดยนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก
ถึงวันสิ้นสุดอายุภาษีประจำปี (วันครบกำหนดเสียภาษีประจำปี)
6. เงื่อนไขเกี่ยวกับประเภท ชนิด (ยี่ห้อ) และขนาดรถที่สถานตรวจสภาพรถเอกชนจะให้บริการ
ตรวจสภาพได้ สถานตรวจสถาพรถเอกชนแต่ละแห่งจะต้องตรวจสภาพรถตามชนิด (ยี่ห้อ) ประเภท และ ขนาดรถตามที่ยื่นขออนุญาตและได้รับอนุญาตจาก
นายทะเบียนกลางไว้ เช่น ตรวจสภาพรถยนต์ ขนาดน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม ทุกยี่ห้อ หรือตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ เฉพาะ ยี่ห้อหรือ ตรวจสภาพรถยนต์ขนาดน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม และเกิน 1,600 กิโลกรัม
และรถจักรยานยนต์ ทุกยี่ห้อ เป็นต้น กรณีรับตรวจสภาพรถบางชนิด (ยี่ห้อ) ต้องแสดงป้ายที่เห็น ได้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนที่จะมาใช้บริการทราบด้วย
กรณีสถานตรวจสภาพรถเอกชนแห่งใด ประสงค์จะตรวจสภาพรถในประเภท ชนิด(ยี่ห้อ) และขนาดต่างจากที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนกลาง ให้ทำหนังสือขออนุญาตต่อนายทะเบียน กลางเพื่อพิจารณาเป็นราย ๆ ไปได้
7. รถที่ต้องนำไปให้นายทะเบียนตรวจสถาพที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก
(สถานตรวจสภาพรถเอกชนไม่สามารถรับตรวจสภาพได้)
รถที่ดัดแปลงสภาพผิดไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้

รถที่เปลี่ยนสีหรือเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการ ที่จดทะเบียนไว้ในสมุดคู่มือทะเบียนรถ
( เช่น เปลี่ยนเครื่องยนต์เปลี่ยนลักษณะรถ เปลี่ยนชนิดน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น )
รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลขตัวรถหรือเลขเครื่องยนต์( เช่น ไม่ปรากฏตัวเลขตัวเลขชำรุด หรือมีร่องรอยการแก้ไข ขูด ลบหรือลบเลือน
จนไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้เป็นต้น )รถที่เจ้าของได้แจ้งการไม่ใช้ชั่วคราวหรือแจ้งการไม่ใช้รถตลอดไปไว้
รถเก่าที่มีเลขทะเบียนเป็นเลขทะเบียนรุ่นเก่า( เช่น กท-00001, กทจ-0001 เป็นต้น) ซึ่งรถดังกล่าวต้องเปลี่ยนทะเบียนรถใหม่เมื่อมีการนำมาเสียภาษีประจำปี
รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับการถูกโจรกรรมแล้วได้คืน
รถที่ได้สิ้นอายุภาษีประจำปี (ขาดต่อทะเบียน) เกิน 1 ปี

8. คำเตือน
(1) ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขซึ่งได้ กำหนดในกฏกระทรวง ออกตามความในมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 อาจถูกนายทะเบียนกลางเพิกถอนใบอนุญาตนั้นได้
(2) ผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดโดยทุจริตหรือจงใจออกใบรับรองการตรวจสภาพรถ
ไปโดยไม่ตรง ตามความเป็นจริง ย่อมมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทและนายทะเบียนกลางมีอำนาจสั่งเพิกถอน
ใบอนุญาตตั้งสถานตรวจสภาพรถนั้นเสียได้
(3) ผู้ใดในการประกอบการงานวิชาชีพใด ทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ โดยประการที่ น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนผู้นั้นอาจ
มีความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 269 ซึ่งระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

XpressCenter
The Best Of Youre Choice

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซด์

##include('showcounter.php')##

Copyright © 2006 www.vgetone.com - XpressCenter.