สายด่วนสั่งซื้อ ประกัน 3+ ทางโทรศัพท์ 089 255 8749

VIEWALL | ประกัน 2 + | ประกัน 3 + | ประกันชั้น 3 | ประกันชั้น 1 แคมเปญ


lmg3plus
ประกัน 3 + อลิอั๊นซ์ซีพีพาวเวอร์พลัสพรีเมียร์
ทุนประกัน 100,000
ราคาปกติ: ฿7,100ขาย: ฿6,200 ประหยัดเงิน: ฿900!คลิ๊กดูรายละเอียด 3plus
lmg3plus
ประกัน 3 plus แอลเอ็มจี
ทุนประกัน 100,000
ราคาปกติ: ฿7,900ขาย: ฿7,300 ประหยัดเงิน: ฿600!คลิ๊กดูรายละเอียด 3plus
scmg3plus
ประกันชั้น 3 plus ไทยพานิชณ์สามัคคี
ทุนประกัน 100,000
ราคาปกติ: ฿7,000ขาย: ฿6,300 ประหยัดเงิน: ฿700! คลิ๊กดูรายละเอียด 3plus
dhipaya3plus
ประกัน 3 plus ทิพยประกันภัย
ทุนประกัน 100,000
ราคาปกติ: ฿6,900ขาย: ฿6,200 ประหยัดเงิน: ฿700! คลิ๊กดูรายละเอียด 3plus
asia3plus
ประกัน 3 plus asia
ทุนประกัน 100,000
ราคาปกติ: ฿7,500ขาย: ฿6,800 ประหยัดเงิน: ฿700! คลิ๊กดูรายละเอียด 3plus
lmg2plus
ประกัน 2 plus แอลเอ็มจี
ทุนประกัน 100,000
ราคาปกติ: ฿8,900ขาย: ฿8,200 ประหยัดเงิน: ฿700! คลิ๊กดูรายละเอียด 2plus
scmg2plus
ประกัน 2 plus ไทยพาณิชณ์สามัคคี
ทุนประกัน 100,000
ราคาปกติ: ฿8,000ขาย: ฿7,200 ประหยัดเงิน: ฿800!คลิ๊กดูรายละเอียด 2plus
dhipaya2plus
ประกัน 2 plus ทิพยประกันภัย
ทุนประกัน 100,000
ราคาปกติ: ฿8,900ขาย: ฿8,000 ประหยัดเงิน: ฿900! คลิ๊กดูรายละเอียด 2plus
asia2plus
ประกัน 2 plus asia
ทุนประกัน 100,000
ราคาปกติ: ฿7,900ขาย: ฿7,100 ประหยัดเงิน: ฿800! คลิ๊กดูรายละเอียด 2plus
class3
ประกันชั้น 3
ประกันชั้น3
ราคาปกติ: ฿2,800ขาย: ฿2,600 ประหยัดเงิน: ฿200! คลิ๊กดูรายละเอียดชั้น3

ตารางเปรียบเทียบ ประกันภัยรถยนต์ ชนิดต่างๆ

ความคุ้มครอง
ประกันชั้น 1 
ประกัน 2+ 
ประกัน 2 
ประกัน 3+ 
ประกันชั้น 3 
ความเสียหายต่อรถยนต์
ที่ประกันทุกกรณี
ตามทุนประกัน
ความเสียหายต่อรถยนต์
ที่ประกันกรณีการชน
คู่กรณีเป็นยานพาหนะ
ทางบก ไม่เกิน บาท / ครั้ง
ตามทุนประกัน
ตามทุนประกัน
ที่กำหนด
ตามทุนประกัน
ที่กำหนด
รถยนต์สูญหายไฟไหม้
ตามทุนประกัน
ตามทุนประกัน
ตามทุนประกัน
ชีวิตร่างกายบุคคลภายนอก
บาท/คน
ไม่เกิน บาท /ครั้ง

คุ้มครอง
คุ้มครอง

คุ้มครอง
คุ้มครอง

คุ้มครอง
คุ้มครอง

คุ้มครอง
คุ้มครอง

คุ้มครอง
คุ้มครอง
ทรัพย์สินบุคคลภายนอก
บาท/ครั้ง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง
อุบัติเหตุส่วนบุคคล
ในรถที่เอาประกัน
บาท/คน/ครั้ง


คุ้มครอง


คุ้มครอง


คุ้มครอง


คุ้มครอง


คุ้มครอง
ค่ารักษาพยาบาลบุคคล
ในรถที่เอาประกัน
บาท/คน/ครั้ง


คุ้มครอง


คุ้มครอง


คุ้มครอง


คุ้มครอง


คุ้มครอง
ประกันตัวผู้ขับขี่
บาท/ครั้ง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง
ค่าเสียหายส่วนแรก
2,000 (กรณีถูกชน
และไม่มีคู่กรณี)
2,000&ไม่มี
2,000&ไม่มี
 ไม่คุ้มครอง
รถเก๋ง รถกระบะและรถโดยสาร
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
XpressCenterTeam โทร.02 9390923 กด 14 หรือ Live Chat Support
 

เงื่อนไขความคุ้มครอง ประกัน 3+,ประกัน 2+

ประกัน 3+

เงื่อนไข กรมธรรม์ ประกัน 3+

หมวดเงื่อนไขทั่วไปข้อ

1. คำนิยามศัพท์เมื่อใช้ในกรมธรรม์หรือ เอกสารแนบท้ายกรมธรรม์นี้
“บริษัท” หมายถึง บริษัทที่ออกกรมธรรม์
“ผู้เอาประกันภัย” หมายถึง บุคคลที่ระบุชื่อเป็นผู้เอาประกันภัย ในตาราง
“รถยนต์” หมายถึง รถยนต์ที่เอาประกันภัย ซึ่งมีรายการที่ระบุไว้ในตาราง
“ตาราง” หมายถึง ตารางแห่งกรมธรรม์นี้
“อุบัติเหตุแต่ละครั้ง” หมายถึง เหตุการณ์หนึ่ง หรือหลายเหตุการณ์สืบเนื่องกัน ซึ่งเกิดจากสาเหตุเดียวกัน
“ความ เสียหายส่วนแรก” หมายถึง ส่วนแรกของความรับผิด หรือความเสียหาย อันมีการคุ้มครอง ตามข้อสัญญา หรือเอกสารแนบท้ายแห่งกรมธรรม์ประกันภัยนี้ ที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง
ข้อ 2.การยกเว้นทั่วไป
2.1 กรมธรรม์นี้ ไม่คุ้มครองความเสียหาย หรือความรับผิด อันเกิดขึ้นเป็นผลโดยตรง หรือโดยอ้อมจาก
2.2 สงคราม การรุกราน การกระทำของชาติศัตรู การสู้รบ หรือการปฏิบัติการ ที่มีลักษณะเป็นการทำสงคราม (จะได้ประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม)
2.3 สงคราม กลางเมือง การแข็งข้อของทหาร การกบฏ การปฏิวัติ การต่อต้านรัฐบาล การยึดอำนาจปกครองโดยกำลังทหาร หรือโดยประการอื่น ประชาชนก่อความวุ่นวาย ถึงขนาดหรือเท่ากับการลุกฮือต่อต้านรัฐบาล
2.4 วัตถุ อาวุธปรมาณู การแตกตัวของประจุ การแผ่รังสี การกระทบกับกัมมันตภาพรังสี จากเชื้อเพลิงปรมาณู หรือจากกากปรมาณู อันเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงปรมาณู และสำหรับจุดประสงค์ของข้อสัญญานี้ การเผานั้น รวมถึงกรรมวิธีใด ๆ แห่งการแตกแยกตัวปรมาณู ซึ่งดำเนินติดต่อกันไปด้วยตัวของมันเอง
ข้อ3.การจัดการเรียกร้องเมื่อเกิดความเสียหาย
เมื่อ มีความเสียหาย หรือความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ จะต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า และดำเนินการอันจำเป็น เพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมาย บริษัทมีสิทธิเข้าดำเนินการในนามของผู้เอาประกันภัย เกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ หากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ภายใต้ความคุ้มครองในกรมธรรม์ ความคุ้มครองของบริษัท จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ ดำเนินการโดยสุจริต
ข้อ 4. ความรับผิดของบริษัท เมื่อมีการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
เมื่อ มีความเสียหาย หรือความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ จะต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า และดำเนินการอันจำเป็น เพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมาย บริษัทมีสิทธิเข้าดำเนินการในนามของผู้เอาประกันภัย เกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ หากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ภายใต้ความคุ้มครองในกรมธรรม์ ความคุ้มครองของบริษัท จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ ดำเนินการโดยสุจริต
ข้อ5.การแก้ไข
สัญญาคุ้มครองและเงื่อนไขกรมธรรม์นี้ จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยเอกสารแนบท้ายของบริษัทเท่านั้น
ข้อ6.การลดเบี้ยประกันภัยประวัติดี
6.1
กรมธรรม์ ประกัน 3+ เป็นแบบแพ็คเกจปกติจึงไม่ได้ใช้กฎข้อนี้กับผู้เอาประกัน มีเพียงบางบริษัทที่ให้สิทธิส่วนลดข้อนี้
ข้อ 7. การเพิ่มเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดี
กรมธรรม์ ประกัน 3+ เป็นแบบแพ็คเกจจึงไม่ได้ใช้กฎข้อนี้กับผู้เอาประกัน
ข้อ8.การโอนรถยนต์
ใน กรณีผู้เอาประกันภัย มีรถเอาประกันไว้กับบริษัทคันเดียวหรือหลายคัน และมีการเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างปีที่เอาประกันภัย ที่เกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งรถยนต์คันที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ อย่างน้อยตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป มีจำนวนเงินเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย บริษัทจะเพิ่มเบี้ยประกันภัยเป็นขั้น ๆ ดังนี้
ข้อ9.การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ
ใน กรณีที่มีข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใด ๆ ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ ระหว่างผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยกับบริษัท และหากผู้มีสิทธิเรียกร้องประสงค์ และเห็นควรยุติข้อพิพาทนั้น โดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ บริษัทตกลงยินยอม และให้ทำการวินิจฉัยชี้ขาด โดยอนุญาโตตุลาการ ตามข้อบังคับกรมการประกันภัย ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ
ข้อ10.การตีความกรมธรรม์ประกันภัย
ข้อ ที่ปรากฏในกรมธรรม์ประกันภัยนี้ รวมทั้งเอกสารแนบท้าย และเอกสารประกอบ ให้ตีความตามคู่มือการตีความที่นายทะเบียน ได้ให้ความเห็นชอบไว้
ข้อ1.การสิ้นผลบังคับของกรมธรรม์
กรมธรรม์ประกันภัยนี้ จะสิ้นผลบังคับเมื่อ
11.1 ณ วันที่ เวลา ที่ระบุไว้ในตาราง
11.2 ผู้เอาประกันภัยไม่ชำระเบี้ยประกันภัย
หาก ผู้เอาประกันภัย ไม่ชำระเบี้ยประกันภัย ภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลบังคับ ให้ถือว่าผู้เอาประกันภัย ไม่ประสงค์จะเอาประกันภัยอีกต่อไป และให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันพ้นกำหนดดังกล่าว และการชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่พนักงาน ตัวแทน ผู้รับมอบอำนาจ นายหน้าประกันภัย ตลอดจนบุคคล หรือนิติบุคคล ที่บริษัทยอมรับการกระทำของบุคคล หรือนิติบุคคลดังกล่าว เสมือนตัวแทนของบริษัท ให้ถือว่า เป็นการชำระเบี้ยประกันภัยแก่บริษัทโดยถูกต้อง
11.3 มีการบอกเลิกกรมธรรม์
11.3.1 บริษัทเป็นผู้บอกเลิก : บริษัทอาจบอกเลิกกรมธรรม์นี้ได้ ด้วยการส่งหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ถึงผู้เอาประกันภัย ตามที่อยู่ครั้งสุดท้าย ที่แจ้งให้บริษัททราบ ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันพ้นกำหนดดังกล่าว และในกรณีนี้ บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัย ให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยหักเบี้ยประกันภัย สำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน
11.3.2 ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้บอกเลิก : ผู้เอาประกันภัย อาจบอกเลิกกรมธรรม์นี้ได้ โดยแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันที่บริษัทได้รับหนังสือบอกเลิก หรือวันที่ระบุไว้ในหนังสือบอกเลิก แล้วแต่ว่าวันใดเป็นวันหลังสุด ในกรณีนี้ ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืน ตามอัตราการคืนเบี้ยประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง
จำนวนวันประกันภัย ร้อยละของเบี้ยเต็มปี จำนวนวันประกันภัย ร้อยละของเบี้ยเต็มปี

1-9

72

190-199

29

10-19

68

200-209

27

20-29

65

210-219

25

30-39

63

220-229

23

40-49

61

230-239

22

50-59

59

240-249

20

60-69

56

250-259

18

70-79

54

260-269

16

80-89

52

270-279

15

90-99

50

280-289

13

100-109

48

290-299

12

110-119

46

300-309

10

120-129

44

310-319

8

130-139

41

320-329

6

140-149

39

330-339

4

150-159

37

340-349

3

160-169

35

350-359

1

170-179

32

360-366

0

180-189

30

หมวดความคุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก

ข้อ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง
บริษัท จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความสูญเสีย หรือความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแก่บุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัย จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดแก่บุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากรถยนต์ที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์นั้น ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย ในนามผู้เอาประกันภัย ดังนี้
1.1
ความ เสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัทต่อคน จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อคนที่ระบุไว้ในตาราง และความรับผิดของบริษัทต่อครั้ง ในกรณีมากกว่าหนึ่งคน จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อครั้งที่ระบุไว้ในตาราง บุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครองตาม 1.1 นี้ ไม่รวมถึงผู้ขับขี่ ที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมาย ตลอดจนลูกจ้างในทางการที่จ้าง คู่สมรส บิดา มารดา และบุตรของผู้ขับขี่นั้น
1.2
ความ เสียหายต่อทรัพย์สิน บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัท จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง
ความเสียหายต่อทรัพย์สินดังต่อไปนี้จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
(ก) ทรัพย์สินที่ผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมาย คู่สมรส บิดา มารดา บุตรของผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่นั้นเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้เก็บรักษา ควบคุม หรือครอบครอง
(ข) เครื่องชั่ง สะพานรถ สะพานรถไฟ ถนน ทางวิ่ง ทางเดิน สนาม หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่อยู่ใต้สิ่งดังกล่าว อันเกิดจากการสั่นสะเทือน หรือจากน้ำหนักรถยนต์ หรือน้ำหนักบรรทุกของรถยนต์
(ค) ทรัพย์สินที่บรรทุกอยู่ใน หรือกำลังยกขึ้น หรือกำลังยกลงจากรถยนต์
ข้อ 2. ความเสียหายส่วนแรก
ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ดังนี้
(ก)
2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สิน ในกรณีที่ใช้รถยนต์ในเวลาเกิดอุบัติเหตุ นอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้ในตาราง
(ข)
ตามจำนวนเงินส่วนแรกของความเสียหาย ดังระบุไว้ในตาราง
(ค)
2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ในกรณีเป็นการประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ หากความเสียหายนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัย ซึ่งมิใช่ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์
ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ ในความเสียหายส่วนแรกเกินหนึ่งข้อ ให้ถือว่าความรับผิดชอบแต่ละข้อเป็นความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น
ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเองตาม (ก) (ข) และ (ค) บริษัทจะจ่ายแทนผู้เอาประกันภัยไปก่อน เมื่อบริษัทได้จ่ายเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบไปแล้ว ผู้เอาประกันภัยต้องใช้คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือเรียกร้องจากบริษัท
ข้อ 3. ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี
ถ้า ผู้เอาประกันภัยถูกฟ้องศาลให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งการประกันภัยนี้มีการคุ้มครอง บริษัทจะต่อสู้คดีในนามของผู้เอาประกันภัย โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท
ข้อ 4. การคุ้มครองความรับผิดของผู้ขับขี่
บริษัท จะถือว่าบุคคลใด ซึ่งขับขี่รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย เสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง แต่มีเงื่อนไขว่า
4.1
บุคคลนั้นต้องปฏิบัติตนเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามกรมธรรม์
4.2
บุคคล นั้นไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
ข้อ 5. การคุ้มครองความรับผิดของผู้โดยสาร
กรมธรรม์ นี้ให้ความคุ้มครองความรับผิดของผู้โดยสาร เมื่อผู้โดยสารนั้น จะต้องรับผิดจากรถยนต์ที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์นั้น ทั้งนี้เฉพาะเท่าที่มีการประกันภัยไว้โดยมีเงื่อนไขว่า บุคคลนั้นไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงจะรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
ข้อ 6. การคุ้มครองนายจ้าง
กรมธรรม์ นี้ให้ความคุ้มครองถึงนายจ้าง ซึ่งไม่ใช่ผู้เอาประกันภัย เมื่อนายจ้างจะต้องรับผิดจากการใช้รถยนต์คันเอาประกันภัยโดยลูกจ้างในทางการ ที่จ้าง ทั้งนี้เฉพาะเท่าที่มีการประกันภัยไว้ แต่มีเงื่อนไขว่า
6.1
นายจ้างต้องปฏิบัติตนอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกรมธรรม์นี้
6.2
นายจ้างไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น เว้นแต่ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
6.3
การคุ้มครองนี้ไม่เพิ่มจำนวนเงินจำกัดความรับผิดของบริษัท
ข้อ7. การยกเว้นทั่วไป การประกันภัยตามหมวดนี้ ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจาก
7.1
การใช้รถยนต์นอกอาณาเขตคุ้มครอง
7.2
การใช้รถยนต์ในทางผิดกฎหมาย เช่น ใช้รถยนต์ไปปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ขนยาเสพติด เป็นต้น
7.3
การใช้ในการแข่งขันความเร็ว
7.4
การ ใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูง หรือถูกผลักดัน ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย หรือเป็นรถลากจูงโดยสภาพ หรือรถที่มีระบบห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกัน
7.5
ความรับผิดซึ่งเกิดจากสัญญาที่ผู้ขับขี่ทำขึ้น ซึ่งถ้าไม่มีสัญญานั้นแล้ว ความรับผิดของผู้ขับขี่จะไม่เกิดขึ้น
7.6
การขับขี่โดยบุคคล ซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
ข้อ8.ข้อสัญญาพิเศษ
ภาย ใต้จำนวนเงินจำกัดความรับผิดที่ระบุไว้ในตาราง บริษัทจะไม่ยกเอาความไม่สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์ประกันภัย หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ของผู้เอาประกันภัย หรือข้อ 7.1, 7.2, 7.3, 7.4, 7.5 หรือเงื่อนไขทั่วไป เว้นแต่ข้อ 2 ของหมวดเงื่อนไขทั่วไป เป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก เพื่อปฏิเสธความรับผิดตาม 1.1 ในหมวดนี้ ส่วนเงื่อนไข 7.6 บริษัทจะไม่นำมาเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก เพื่อปฏิเสธความรับผิดทั้งตาม 1.1 และ 1.2 ในหมวดนี้
ใน กรณีที่บริษัทไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย หรือรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ ต่อผู้เอาประกันภัย แต่บริษัทได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ในความรับผิดที่ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปแล้ว ผู้เอาประกันภัย ต้องใช้จำนวนเงินที่บริษัทได้จ่ายไปนั้น คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือร้องเรียนจากบริษัท

หมวดการคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์

ข้อ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง
ความ เสียหายต่อรถยนต์ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ระหว่างระยะเวลาประกันภัย ต่อรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ แต่ไม่รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ และความรับผิดชอบของบริษัท จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตารางไฟไหม้ในที่นี้หมายถึง ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เป็นผลมาจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหม้โดยตัวของมันเอง หรือเป็นการไหม้ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากสาเหตุอื่นใด
ข้อ 2. การชดใช้ความเสียหายต่อรถยนต์
2.1
ใน กรณีรถยนต์เสียหายสิ้นเชิง บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตาราง ในกรณีที่เอาประกันภัยไว้ตามทุนประกันแบบแพ็คเกจ ในขณะที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์ แล้วแต่กรณี ต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ ให้แก่บริษัททันที โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท และให้ถือว่า การคุ้มครองรถยนต์นั้นเป็นอันสิ้นสุด
2.2
กรณี รถยนต์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง บริษัทและผู้เอาประกันภัย อาจตกลงกันให้มีการซ่อม ในวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองแบบแพ็คเกจไว้ ทั้งนี้รวมทั้งอุปกรณ์ของรถยนต์นั้น หรือจะชดใช้เงิน เพื่อทดแทนความเสียหายนั้นก็ได้ ในการซ่อมรถยนต์ หรือในการกำหนดจำนวนเงินชดใช้ หากตกลงกันไม่ได้ ให้จัดซ่อมโดยอู่กลางกรมการประกันภัย ที่นายทะเบียนจัดตั้ง
ข้อ จำกัดความรับผิดของบริษัท : ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ บริษัทรับผิดไม่เกินกว่าราคานำเข้าที่ส่งมาทางเรือ
ข้อ 3. การดูแลขนย้าย
เมื่อ รถยนต์เกิดความเสียหาย ซึ่งมีการคุ้มครองตามกรมธรรม์นี้ บริษัทจะจ่ายค่าดูแลรักษารถยนต์ และค่าขนย้ายรถยนต์ทั้งหมด นับแต่วันเกิดเหตุ จนกว่าการซ่อมแซม หรือการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะเสร็จสิ้น ตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 20 ของค่าซ่อมแซม
ข้อ 4. ความเสียหายส่วนแรก
ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ดังนี้
(ก)
2,000 บาทแรกของความเสียหาย อันเกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบก ในกรณีผู้เอาประกันภัย เ็ป็นฝ่ายผิด
ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเองตาม บริษัทจะจ่ายแทนผู้เอาประกันภัยไปก่อน เมื่อบริษัทได้จ่ายเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบไปแล้ว ผู้เอาประกันภัย ต้องใช้คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือเรียกร้องจากบริษัท
ข้อ 5. การรักษารถยนต์
ผู้ เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบเอง เมื่อเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น หรือต้องประสบอุบัติเหตุอื่น เนื่องจากการใช้รถยนต์ ก่อนที่จะมีการซ่อมแซมตามที่จำเป็น หรือไม่ได้จัดให้มีการดูแล เมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ หรือเครื่องเสีย
ข้อ 6. การสละสิทธิ
ใน กรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย บริษัทสละสิทธิในการไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์นั้น เว้นแต่การใช้โดยบุคคลของอู่ เมื่อรถยนต์ได้มอบให้อู่ทำการซ่อม โดยการซ่อมนั้น บริษัทมิได้เป็นผู้สั่ง หรือให้ความยินยอม
ข้อ 7. การยกเว้นความเสียหายต่อรถยนต์ การประกันภัยนี้ จะไม่คุ้มครอง
7.1
ความเสียหาย อันเกิดจากการชน ในกรณีผู้เอาประกันภัย ไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ ความเสียหายอันไม่ได้เกิดจากชนกับยานพาหนะทางบก เช่น เฉี่ยว เสา ชนกำแพง พลิกคว่ำเอง
7.2
การ แตกหักของเครื่องจักรกลไกของรถยนต์ หรือการเสีย หรือการหยุดเดินของเครื่องจักรกลไก หรือเครื่องไฟฟ้าของรถยนต์ อันมิได้เกิดจากอุบัติเหตุ
7.3
ความเสียหายโดยตรงต่อรถยนต์ อันเกิดจากการบรรทุกน้ำหนัก หรือจำนวนผู้โดยสารเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต อันมิได้เกิดจากอุบัติเหตุ
7.4
ความ เสียหายต่อยางรถยนต์ อันเกิดจากการฉีกขาด หรือการระเบิด เว้นแต่กรณีมีความเสียหายเกิดขึ้นต่อส่วนอื่น ของรถยนต์ในเวลาเดียวกัน
7.5
ความ เสียหายอันเกิดจากการขาดการใช้รถยนต์ เว้นแต่การขาดการใช้รถยนต์นั้น เกิดจากบริษัทประวิงการซ่อม หรือซ่อมล่าช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็น โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ข้อ 8. การยกเว้นการใช้ การประกันภัยนี้ไม่คุ้มครอง
8.1
การใช้รถยนต์นอกอาณาเขตที่คุ้มครอง
8.2
การใช้รถยนต์ไปในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น ใช้รถยนต์ไปปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ขนยาเสพย์ติด เป็นต้น
8.3
การใช้ในการแข่งขันความเร็ว
ข้อ 9. การยกเว้นการใช้อื่น ๆ การประกันภัยนี้ไม่คุ้มครอง
9.1
การ ใช้ลากจูง หรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูง หรือถูกผลักดัน ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย หรือเป็นรถลากจูงโดยสภาพ หรือรถที่มีระบบห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกัน
9.2
การใช้รถยนต์นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในตาราง ในขณะเกิดอุบัติเหตุ
9.3
การขับขี่โดยบุคคล ซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือด ไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
9.4
การ ขับขี่โดยบุคคลที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่ใด ๆ หรือเคยได้รับ แต่ถูกตัดสิทธิตามกฎหมาย หรือใช้ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไปขับขี่รถยนต์
การ ยกเว้นตามข้อ 9.1 9.2 9.3 9.4 จะไม่นำมาใช้ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดขึ้น และมิใช่ความประมาทของผู้ขับขี่รถยนต์ที่เอาประกันภัย ตามกรมธรรม์นี้ แต่ในกรณีที่เป็นการประกันภัย ประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ การยกเว้นตาม 9.4 จะไม่นำมาใช้บังคับ หากผู้ขับขี่ในขณะเกิดความเสียหาย เป็นผู้ขับขี่ที่ถูกระบุชื่อในกรมธรรม์

ความคุ้มครองเพิ่มเติม

เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (ร.ย. 01)
-
ผู้ ได้รับความคุ้มครอง หมายถึง ผู้ขับขี่/หรือผู้โดยสาร ตามจำนวนที่ระบุในตาราง ซึ่งอยู่ในหรือกำลังขับขี่ หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์
-
อุบัติเหตุ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จากปัจจัยภายนอกร่างกาย และทำให้เกิดผลที่ผู้ได้รับความคุ้มครอง มิได้เจตนาหรือมุ่งหวัง และให้หมายความรวมถึงการถูกฆาตกรรมด้วย
-
การสูญเสียโดยถาวรสิ้นเชิง ให้รวมถึงการสูญเสียสมรรถภาพในการใช้งานของอวัยวะนั้น โดยถาวรสิ้นเชิง
-
การสูญเสียสายตา หมายถึง ตาบอดสนิท และไม่มีทางรักษาให้หายได้ตลอดไป
-
ทุพพลภาพถาวร หมายถึง ทุพพลภาพถึงขนาดที่ไม่สามารถประกอบอาชีพใด หรือทำงานใด เพื่อสินจ้างได้โดยสิ้นเชิง และตลอดไป
-
ทุพพลภาพ ชั่วคราว หมายถึง ทุพพลภาพถึงขนาดที่ไม่สามารถประกอบหน้าที่การงาน ในอาชีพประจำตามปกติได้โดยสิ้นเชิงในชั่วระยะเวลาหนึ่ง
บริษัท จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความสูญเสีย อันเกิดจากความบาดเจ็บ ของผู้ได้รับความคุ้มครองโดยอุบัติเหตุ ซึ่งทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้
การคุ้มครองข้อ 1. เสียชีวิต
ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครองเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุก็ดี หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกัน ในโรงพยาบาลในฐานะคนไข้ใน และเสียชีวิต เพราะเหตุบาดเจ็บนั้นก็ดี บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตามจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตาราง ให้แก่ทายาทของผู้ได้รับความคุ้มครอง
การคุ้มครองข้อ2. สูญเสีย มือ เท้า สายตา
ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ไม่มีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครองต้องเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ แต่มีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ได้รับการสูญเสียโดยถาวรสิ้นเชิง ภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุก็ดี หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกันในโรงพยาบาล ในฐานะคนไข้ใน และเป็นเหตุให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ได้รับการสูญเสียโดยสิ้นเชิง ดังกำหนดข้างล่างนี้ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองดังนี้
100%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
100%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อมือ และเท้าหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า
100%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อมือ และสายตาหนึ่งข้าง
100%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับเท้าหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า และสายตาหนึ่งข้าง
50%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
50%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
50%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
บริษัทจะจ่ายค่าทดแทนตามข้อนี้เพียงรายการสูงสุดรายการเดียวเท่านั้น
การคุ้มครองข้อ 3. ทุพพลภาพถาวร
ถ้า ความบาดเจ็บมีผลภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง เกิดทุพพลภาพถาวร และทุพพลภาพถาวรนั้น ได้เป็นเวลาติดต่อไม่น้อยกว่า 12 เดือน หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่า ผู้ได้รับความคุ้มครองนั้น ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวร บริษัทจะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ ตามจำนวนเงินเอาประกันภัยดังระบุไว้ในตาราง หักด้วยจำนวนเงินที่ใช้ หรือต้องใช้ ตามการคุ้มครองข้อ 1. หรือข้อ 2. ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง
การคุ้มครองข้อ 4. ทุพพลภาพชั่วคราว
ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพชั่วคราว ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกันในโรงพยาบาล ในฐานะคนไข้ใน และเป็นเหตุให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพชั่วคราว บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองเป็นระยะ ๆ ตลอดเวลาที่ยังทุพพลภาพอยู่ ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในตาราง แต่ไม่เกิน 52 สัปดาห์ ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
บริษัท จะไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามการคุ้มครองข้อนี้ หากอุบัติเหตุมีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง เกิดความสูญเสียตามการคุ้มครอง ตามข้อ 1. หรือข้อ 2. หากความสูญเสียมีผลทำให้ มีทุพพลภาพถาวรเกิดขึ้นต่อผู้ได้รับความคุ้มครองตามการคุ้มครอง ข้อ 3. ค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทใช้ตามการคุ้มครองข้อนี้ จะมีการหักจากจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่บริษัทต้องใช้ตามการคุ้มครองข้อ 3.
การยกเว้น
การ ขยายเพิ่มเติมนี้ ไม่คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือการทุพพลภาพ อันเกิดขึ้นเป็นผลโดยตรง หรือโดยอ้อมทั้งหมดหรือบางส่วน จากการกระทำผิดอาชญากรรมสถานหนัก โดยผู้ได้รับความคุ้มครองนั้น
เงื่อนไขอื่น
เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ บริษัทจะใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่น ๆ ตามที่จ่ายจริง ซึ่งได้เกิดขึ้นภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบุคคลใด ซึ่งได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย เนื่องจากอุบัติเหตุในขณะอยู่ใน หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์ ความรับผิดชอบของบริษัทต่อคนในแต่ละครั้ง จะไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง และการขยายเพิ่มเติมนี้ มีผลบังคับเฉพาะต่อรถยนต์ที่ระบุไว้ในตาราง
เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม ค่ารักษาพยาบาล (ร.ย. 02)
เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ บริษัทจะใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่น ๆ ตามที่จ่ายจริง ซึ่งได้เกิดขึ้นภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบุคคลใด ซึ่งได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย เนื่องจากอุบัติเหตุในขณะอยู่ใน หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์ ความรับผิดชอบของบริษัทต่อคนในแต่ละครั้ง จะไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง และการขยายเพิ่มเติมนี้ มีผลบังคับเฉพาะต่อรถยนต์ที่ระบุไว้ในตาราง
เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม ค่ารักษาพยาบาล (ร.ย. 0
เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ บริษัทจะประกันตัวผู้เอาประกันภัย หรือบุคคลใด ซึ่งขับขี่รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีรถยนต์ที่ระบุไว้ในตารางเกิดอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้บุคคลดังกล่าวถูกควบคุมตัวในคดีอาญา การประกันตัวบุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการโดยไม่ชักช้า ตามจำนวนเงินที่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาลกำหนดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เงื่อนไข : การขยายเพิ่มเติมนี้ อยู่ภายใต้บังคับของเงื่อนไข และการยกเว้นแห่งกรมธรรม์ ที่ปรากฏในสัญญาหมวดเงื่อนไขทั่วไป

ประกัน 2+

เงื่อนไข กธ.ประกัน 2+

หมวดเงื่อนไขทั่วไป

1. คำนิยามศัพท์เมื่อใช้ในกรมธรรม์ หรือ เอกสารแนบท้ายกรมธรรม์นี้
“บริษัท” หมายถึง บริษัทที่ออกกรมธรรม์
“ผู้เอาประกันภัย” หมายถึง บุคคลที่ระบุชื่อเป็นผู้เอาประกันภัย ในตาราง
“รถยนต์” หมายถึง รถยนต์ที่เอาประกันภัย ซึ่งมีรายการที่ระบุไว้ในตาราง
“ตาราง” หมายถึง ตารางแห่งกรมธรรม์นี้
“อุบัติเหตุแต่ละครั้ง” หมายถึง เหตุการณ์หนึ่ง หรือหลายเหตุการณ์สืบเนื่องกัน ซึ่งเกิดจากสาเหตุเดียวกัน
“ความ เสียหายส่วนแรก” หมายถึง ส่วนแรกของความรับผิด หรือความเสียหาย อันมีการคุ้มครอง ตามข้อสัญญา หรือเอกสารแนบท้ายแห่งกรมธรรม์ประกันภัยนี้ ที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง
ข้อ 2.การยกเว้นทั่วไป
2.1 กรมธรรม์นี้ ไม่คุ้มครองความเสียหาย หรือความรับผิด อันเกิดขึ้นเป็นผลโดยตรง หรือโดยอ้อมจาก
2.2 สงคราม การรุกราน การกระทำของชาติศัตรู การสู้รบ หรือการปฏิบัติการ ที่มีลักษณะเป็นการทำสงคราม (จะได้ประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม)
2.3 สงคราม กลางเมือง การแข็งข้อของทหาร การกบฏ การปฏิวัติ การต่อต้านรัฐบาล การยึดอำนาจปกครองโดยกำลังทหาร หรือโดยประการอื่น ประชาชนก่อความวุ่นวาย ถึงขนาดหรือเท่ากับการลุกฮือต่อต้านรัฐบาล
2.4 วัตถุ อาวุธปรมาณู การแตกตัวของประจุ การแผ่รังสี การกระทบกับกัมมันตภาพรังสี จากเชื้อเพลิงปรมาณู หรือจากกากปรมาณู อันเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงปรมาณู และสำหรับจุดประสงค์ของข้อสัญญานี้ การเผานั้น รวมถึงกรรมวิธีใด ๆ แห่งการแตกแยกตัวปรมาณู ซึ่งดำเนินติดต่อกันไปด้วยตัวของมันเอง
ข้อ3.การจัดการเรียกร้องเมื่อเกิดความเสียหาย
เมื่อ มีความเสียหาย หรือความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ จะต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า และดำเนินการอันจำเป็น เพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมาย บริษัทมีสิทธิเข้าดำเนินการในนามของผู้เอาประกันภัย เกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ หากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ภายใต้ความคุ้มครองในกรมธรรม์ ความคุ้มครองของบริษัท จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ ดำเนินการโดยสุจริต
ข้อ 4. ความรับผิดของบริษัท เมื่อมีการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
เมื่อ มีความเสียหาย หรือความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ จะต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า และดำเนินการอันจำเป็น เพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมาย บริษัทมีสิทธิเข้าดำเนินการในนามของผู้เอาประกันภัย เกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ หากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ภายใต้ความคุ้มครองในกรมธรรม์ ความคุ้มครองของบริษัท จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ ดำเนินการโดยสุจริต
ข้อ5.การแก้ไข
สัญญาคุ้มครองและเงื่อนไขกรมธรรม์นี้ จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยเอกสารแนบท้ายของบริษัทเท่านั้น
ข้อ6.การลดเบี้ยประกันภัยประวัติดี
6.1
กรมธรรม์ ประกัน 2+ เป็นแบบแพ็คเกจปกติจึงไม่ได้ใช้กฎข้อนี้กับผู้เอาประกัน มีเพียงบางบริษัทที่ให้สิทธิส่วนลดข้อนี้
ข้อ 7. การเพิ่มเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดี
กรมธรรม์ ประกัน 2+ เป็นแบบแพ็คเกจจึงไม่ได้ใช้กฎข้อนี้กับผู้เอาประกัน
ข้อ8.การโอนรถยนต์
ใน กรณีผู้เอาประกันภัย มีรถเอาประกันไว้กับบริษัทคันเดียวหรือหลายคัน และมีการเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างปีที่เอาประกันภัย ที่เกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งรถยนต์คันที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ อย่างน้อยตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป มีจำนวนเงินเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย บริษัทจะเพิ่มเบี้ยประกันภัยเป็นขั้น ๆ ดังนี้
ข้อ9.การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ
ใน กรณีที่มีข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใด ๆ ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ ระหว่างผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยกับบริษัท และหากผู้มีสิทธิเรียกร้องประสงค์ และเห็นควรยุติข้อพิพาทนั้น โดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ บริษัทตกลงยินยอม และให้ทำการวินิจฉัยชี้ขาด โดยอนุญาโตตุลาการ ตามข้อบังคับกรมการประกันภัย ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ
ข้อ10.การตีความกรมธรรม์ประกันภัย
ข้อ ที่ปรากฏในกรมธรรม์ประกันภัยนี้ รวมทั้งเอกสารแนบท้าย และเอกสารประกอบ ให้ตีความตามคู่มือการตีความที่นายทะเบียน ได้ให้ความเห็นชอบไว้
ข้อ1.การสิ้นผลบังคับของกรมธรรม์
กรมธรรม์ประกันภัยนี้ จะสิ้นผลบังคับเมื่อ
11.1 ณ วันที่ เวลา ที่ระบุไว้ในตาราง
11.2 ผู้เอาประกันภัยไม่ชำระเบี้ยประกันภัย
หาก ผู้เอาประกันภัย ไม่ชำระเบี้ยประกันภัย ภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลบังคับ ให้ถือว่าผู้เอาประกันภัย ไม่ประสงค์จะเอาประกันภัยอีกต่อไป และให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันพ้นกำหนดดังกล่าว และการชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่พนักงาน ตัวแทน ผู้รับมอบอำนาจ นายหน้าประกันภัย ตลอดจนบุคคล หรือนิติบุคคล ที่บริษัทยอมรับการกระทำของบุคคล หรือนิติบุคคลดังกล่าว เสมือนตัวแทนของบริษัท ให้ถือว่า เป็นการชำระเบี้ยประกันภัยแก่บริษัทโดยถูกต้อง
11.3 มีการบอกเลิกกรมธรรม์
11.3.1 บริษัทเป็นผู้บอกเลิก : บริษัทอาจบอกเลิกกรมธรรม์นี้ได้ ด้วยการส่งหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ถึงผู้เอาประกันภัย ตามที่อยู่ครั้งสุดท้าย ที่แจ้งให้บริษัททราบ ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันพ้นกำหนดดังกล่าว และในกรณีนี้ บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัย ให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยหักเบี้ยประกันภัย สำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน
11.3.2 ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้บอกเลิก : ผู้เอาประกันภัย อาจบอกเลิกกรมธรรม์นี้ได้ โดยแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันที่บริษัทได้รับหนังสือบอกเลิก หรือวันที่ระบุไว้ในหนังสือบอกเลิก แล้วแต่ว่าวันใดเป็นวันหลังสุด ในกรณีนี้ ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืน ตามอัตราการคืนเบี้ยประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง
จำนวนวันประกันภัย ร้อยละของเบี้ยเต็มปี จำนวนวันประกันภัย ร้อยละของเบี้ยเต็มปี

1-9

72

190-199

29

10-19

68

200-209

27

20-29

65

210-219

25

30-39

63

220-229

23

40-49

61

230-239

22

50-59

59

240-249

20

60-69

56

250-259

18

70-79

54

260-269

16

80-89

52

270-279

15

90-99

50

280-289

13

100-109

48

290-299

12

110-119

46

300-309

10

120-129

44

310-319

8

130-139

41

320-329

6

140-149

39

330-339

4

150-159

37

340-349

3

160-169

35

350-359

1

170-179

32

360-366

0

180-189

30

หมวดความคุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก

ข้อ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง
บริษัท จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความสูญเสีย หรือความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแก่บุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัย จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดแก่บุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากรถยนต์ที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์นั้น ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย ในนามผู้เอาประกันภัย ดังนี้
1.1
ความ เสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัทต่อคน จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อคนที่ระบุไว้ในตาราง และความรับผิดของบริษัทต่อครั้ง ในกรณีมากกว่าหนึ่งคน จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อครั้งที่ระบุไว้ในตาราง บุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครองตาม 1.1 นี้ ไม่รวมถึงผู้ขับขี่ ที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมาย ตลอดจนลูกจ้างในทางการที่จ้าง คู่สมรส บิดา มารดา และบุตรของผู้ขับขี่นั้น
1.2
ความ เสียหายต่อทรัพย์สิน บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัท จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง
ความเสียหายต่อทรัพย์สินดังต่อไปนี้จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
(ก) ทรัพย์สินที่ผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมาย คู่สมรส บิดา มารดา บุตรของผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่นั้นเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้เก็บรักษา ควบคุม หรือครอบครอง
(ข) เครื่องชั่ง สะพานรถ สะพานรถไฟ ถนน ทางวิ่ง ทางเดิน สนาม หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่อยู่ใต้สิ่งดังกล่าว อันเกิดจากการสั่นสะเทือน หรือจากน้ำหนักรถยนต์ หรือน้ำหนักบรรทุกของรถยนต์
(ค) ทรัพย์สินที่บรรทุกอยู่ใน หรือกำลังยกขึ้น หรือกำลังยกลงจากรถยนต์
ข้อ 2. ความเสียหายส่วนแรก
ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ดังนี้
(ก)
2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สิน ในกรณีที่ใช้รถยนต์ในเวลาเกิดอุบัติเหตุ นอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้ในตาราง
(ข)
ตามจำนวนเงินส่วนแรกของความเสียหาย ดังระบุไว้ในตาราง
(ค)
2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ในกรณีเป็นการประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ หากความเสียหายนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัย ซึ่งมิใช่ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์
ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ ในความเสียหายส่วนแรกเกินหนึ่งข้อ ให้ถือว่าความรับผิดชอบแต่ละข้อเป็นความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น
ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเองตาม (ก) (ข) และ (ค) บริษัทจะจ่ายแทนผู้เอาประกันภัยไปก่อน เมื่อบริษัทได้จ่ายเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบไปแล้ว ผู้เอาประกันภัยต้องใช้คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือเรียกร้องจากบริษัท
ข้อ 3. ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี
ถ้า ผู้เอาประกันภัยถูกฟ้องศาลให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งการประกันภัยนี้มีการคุ้มครอง บริษัทจะต่อสู้คดีในนามของผู้เอาประกันภัย โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท
ข้อ 4. การคุ้มครองความรับผิดของผู้ขับขี่
บริษัท จะถือว่าบุคคลใด ซึ่งขับขี่รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย เสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง แต่มีเงื่อนไขว่า
4.1
บุคคลนั้นต้องปฏิบัติตนเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามกรมธรรม์
4.2
บุคคล นั้นไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
ข้อ 5. การคุ้มครองความรับผิดของผู้โดยสาร
กรมธรรม์ นี้ให้ความคุ้มครองความรับผิดของผู้โดยสาร เมื่อผู้โดยสารนั้น จะต้องรับผิดจากรถยนต์ที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์นั้น ทั้งนี้เฉพาะเท่าที่มีการประกันภัยไว้โดยมีเงื่อนไขว่า บุคคลนั้นไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงจะรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
ข้อ 6. การคุ้มครองนายจ้าง
กรมธรรม์ นี้ให้ความคุ้มครองถึงนายจ้าง ซึ่งไม่ใช่ผู้เอาประกันภัย เมื่อนายจ้างจะต้องรับผิดจากการใช้รถยนต์คันเอาประกันภัยโดยลูกจ้างในทางการ ที่จ้าง ทั้งนี้เฉพาะเท่าที่มีการประกันภัยไว้ แต่มีเงื่อนไขว่า
6.1
นายจ้างต้องปฏิบัติตนอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกรมธรรม์นี้
6.2
นายจ้างไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น เว้นแต่ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
6.3
การคุ้มครองนี้ไม่เพิ่มจำนวนเงินจำกัดความรับผิดของบริษัท
ข้อ7. การยกเว้นทั่วไป การประกันภัยตามหมวดนี้ ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจาก
7.1
การใช้รถยนต์นอกอาณาเขตคุ้มครอง
7.2
การใช้รถยนต์ในทางผิดกฎหมาย เช่น ใช้รถยนต์ไปปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ขนยาเสพติด เป็นต้น
7.3
การใช้ในการแข่งขันความเร็ว
7.4
การ ใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูง หรือถูกผลักดัน ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย หรือเป็นรถลากจูงโดยสภาพ หรือรถที่มีระบบห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกัน
7.5
ความรับผิดซึ่งเกิดจากสัญญาที่ผู้ขับขี่ทำขึ้น ซึ่งถ้าไม่มีสัญญานั้นแล้ว ความรับผิดของผู้ขับขี่จะไม่เกิดขึ้น
7.6
การขับขี่โดยบุคคล ซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
ข้อ8.ข้อสัญญาพิเศษ
ภาย ใต้จำนวนเงินจำกัดความรับผิดที่ระบุไว้ในตาราง บริษัทจะไม่ยกเอาความไม่สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์ประกันภัย หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ของผู้เอาประกันภัย หรือข้อ 7.1, 7.2, 7.3, 7.4, 7.5 หรือเงื่อนไขทั่วไป เว้นแต่ข้อ 2 ของหมวดเงื่อนไขทั่วไป เป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก เพื่อปฏิเสธความรับผิดตาม 1.1 ในหมวดนี้ ส่วนเงื่อนไข 7.6 บริษัทจะไม่นำมาเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก เพื่อปฏิเสธความรับผิดทั้งตาม 1.1 และ 1.2 ในหมวดนี้
ใน กรณีที่บริษัทไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย หรือรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ ต่อผู้เอาประกันภัย แต่บริษัทได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ในความรับผิดที่ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปแล้ว ผู้เอาประกันภัย ต้องใช้จำนวนเงินที่บริษัทได้จ่ายไปนั้น คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือร้องเรียนจากบริษัท

หมวดการคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์

ข้อ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง
ความ เสียหายต่อรถยนต์ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ระหว่างระยะเวลาประกันภัย ต่อรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ แต่ไม่รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ และความรับผิดชอบของบริษัท จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตารางไฟไหม้ในที่นี้หมายถึง ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เป็นผลมาจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหม้โดยตัวของมันเอง หรือเป็นการไหม้ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากสาเหตุอื่นใด
ข้อ 2. การชดใช้ความเสียหายต่อรถยนต์
2.1
ใน กรณีรถยนต์เสียหายสิ้นเชิง บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตาราง ในกรณีที่เอาประกันภัยไว้ตามทุนประกันแบบแพ็คเกจ ในขณะที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์ แล้วแต่กรณี ต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ ให้แก่บริษัททันที โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท และให้ถือว่า การคุ้มครองรถยนต์นั้นเป็นอันสิ้นสุด
2.2
กรณี รถยนต์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง บริษัทและผู้เอาประกันภัย อาจตกลงกันให้มีการซ่อม ในวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองแบบแพ็คเกจไว้ ทั้งนี้รวมทั้งอุปกรณ์ของรถยนต์นั้น หรือจะชดใช้เงิน เพื่อทดแทนความเสียหายนั้นก็ได้ ในการซ่อมรถยนต์ หรือในการกำหนดจำนวนเงินชดใช้ หากตกลงกันไม่ได้ ให้จัดซ่อมโดยอู่กลางกรมการประกันภัย ที่นายทะเบียนจัดตั้ง
ข้อ จำกัดความรับผิดของบริษัท : ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ บริษัทรับผิดไม่เกินกว่าราคานำเข้าที่ส่งมาทางเรือ
ข้อ 3. การดูแลขนย้าย
เมื่อ รถยนต์เกิดความเสียหาย ซึ่งมีการคุ้มครองตามกรมธรรม์นี้ บริษัทจะจ่ายค่าดูแลรักษารถยนต์ และค่าขนย้ายรถยนต์ทั้งหมด นับแต่วันเกิดเหตุ จนกว่าการซ่อมแซม หรือการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะเสร็จสิ้น ตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 20 ของค่าซ่อมแซม
ข้อ 4. ความเสียหายส่วนแรก
ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ดังนี้
(ก)
2,000 บาทแรกของความเสียหาย อันเกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบก ในกรณีผู้เอาประกันภัย เ็ป็นฝ่ายผิด
ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเองตาม บริษัทจะจ่ายแทนผู้เอาประกันภัยไปก่อน เมื่อบริษัทได้จ่ายเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบไปแล้ว ผู้เอาประกันภัย ต้องใช้คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือเรียกร้องจากบริษัท
ข้อ 5. การรักษารถยนต์
ผู้ เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบเอง เมื่อเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น หรือต้องประสบอุบัติเหตุอื่น เนื่องจากการใช้รถยนต์ ก่อนที่จะมีการซ่อมแซมตามที่จำเป็น หรือไม่ได้จัดให้มีการดูแล เมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ หรือเครื่องเสีย
ข้อ 6. การสละสิทธิ
ใน กรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย บริษัทสละสิทธิในการไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์นั้น เว้นแต่การใช้โดยบุคคลของอู่ เมื่อรถยนต์ได้มอบให้อู่ทำการซ่อม โดยการซ่อมนั้น บริษัทมิได้เป็นผู้สั่ง หรือให้ความยินยอม
ข้อ 7. การยกเว้นความเสียหายต่อรถยนต์ การประกันภัยนี้ จะไม่คุ้มครอง
7.1
ความเสียหาย อันเกิดจากการชน ในกรณีผู้เอาประกันภัย ไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ ความเสียหายอันไม่ได้เกิดจากชนกับยานพาหนะทางบก เช่น เฉี่ยว เสา ชนกำแพง พลิกคว่ำเอง
7.2
การ แตกหักของเครื่องจักรกลไกของรถยนต์ หรือการเสีย หรือการหยุดเดินของเครื่องจักรกลไก หรือเครื่องไฟฟ้าของรถยนต์ อันมิได้เกิดจากอุบัติเหตุ
7.3
ความเสียหายโดยตรงต่อรถยนต์ อันเกิดจากการบรรทุกน้ำหนัก หรือจำนวนผู้โดยสารเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต อันมิได้เกิดจากอุบัติเหตุ
7.4
ความ เสียหายต่อยางรถยนต์ อันเกิดจากการฉีกขาด หรือการระเบิด เว้นแต่กรณีมีความเสียหายเกิดขึ้นต่อส่วนอื่น ของรถยนต์ในเวลาเดียวกัน
7.5
ความ เสียหายอันเกิดจากการขาดการใช้รถยนต์ เว้นแต่การขาดการใช้รถยนต์นั้น เกิดจากบริษัทประวิงการซ่อม หรือซ่อมล่าช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็น โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ข้อ 8. การยกเว้นการใช้ การประกันภัยนี้ไม่คุ้มครอง
8.1
การใช้รถยนต์นอกอาณาเขตที่คุ้มครอง
8.2
การใช้รถยนต์ไปในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น ใช้รถยนต์ไปปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ขนยาเสพย์ติด เป็นต้น
8.3
การใช้ในการแข่งขันความเร็ว
ข้อ 9. การยกเว้นการใช้อื่น ๆ การประกันภัยนี้ไม่คุ้มครอง
9.1
การ ใช้ลากจูง หรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูง หรือถูกผลักดัน ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย หรือเป็นรถลากจูงโดยสภาพ หรือรถที่มีระบบห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกัน
9.2
การใช้รถยนต์นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในตาราง ในขณะเกิดอุบัติเหตุ
9.3
การขับขี่โดยบุคคล ซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือด ไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
9.4
การ ขับขี่โดยบุคคลที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่ใด ๆ หรือเคยได้รับ แต่ถูกตัดสิทธิตามกฎหมาย หรือใช้ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไปขับขี่รถยนต์
การ ยกเว้นตามข้อ 9.1 9.2 9.3 9.4 จะไม่นำมาใช้ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดขึ้น และมิใช่ความประมาทของผู้ขับขี่รถยนต์ที่เอาประกันภัย ตามกรมธรรม์นี้ แต่ในกรณีที่เป็นการประกันภัย ประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ การยกเว้นตาม 9.4 จะไม่นำมาใช้บังคับ หากผู้ขับขี่ในขณะเกิดความเสียหาย เป็นผู้ขับขี่ที่ถูกระบุชื่อในกรมธรรม์

หมวดการคุ้มครองรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้

ข้อ1.ข้อตกลงคุ้มครอง
รถ ยนต์สูญหาย ไฟไหม้ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อรถยนต์ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์เกิดไฟไหม้ หรือสูญหายไป ความรับผิดชอบของบริษัท จะมีไม่เกินวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองแบบแพ็คเกจไว้ ที่ระบุไว้ในตาราง ความสูญหาย ในที่นี้ให้หมายความรวมถึง ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เป็นผลมาจากการลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ หรือเป็นผลมาจากการพยายามกระทำเช่นว่านั้น ไฟไหม้ ในที่นี้หมายถึง ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เป็นผลมาจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหม้โดยตัวของมันเอง หรือเป็นการไหม้ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากสาเหตุอื่น
ข้อ 2.การชดใช้ความเสียหายหรือสูญหายต่อรถยนต์
2.1
ใน กรณีรถยนต์สูญหาย อันเกิดจากการลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และยักยอกทรัพย์ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัย ในวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองแบบแพ็คเกจไว้ ที่ระบุไว้ในตาราง โดยผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์แล้วแต่กรณี ในกรณีที่บริษัทได้รับรถยนต์คืนมาแล้ว บริษัทต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้เอาประกันภัยทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับรถยนต์คืนมา ตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่ผู้เอาประกันภัยแจ้งให้บริษัททราบ และบริษัทยินยอมให้ผู้เอาประกันภัยใช้สิทธิ
2.2.1
ขอ รับรถยนต์คืน โดยผู้เอาประกันภัยต้องคืนเงินที่ได้รับชดใช้ไปทั้งหมด ให้แก่บริษัท ถ้ารถยนต์นั้นเกิดความเสียหาย บริษัทต้องจัดซ่อมให้ โดยใช้ค่าใช้จ่ายของบริษัทก่อนคืน
2.2.2
สละสิทธิไม่ขอรับรถยนต์คืน
ทั้ง นี้ผู้เอาประกันภัย จะต้องแจ้งการใช้สิทธิให้บริษัททราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากบริษัท ถ้าผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งขอใช้สิทธิ ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้เอาประกันภัย ไม่ประสงค์จะขอรับรถยนต์คืน
2.2
ใน กรณีรถยนต์เสียหายสิ้นเชิง บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัย ในวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองแบบแพ็คเกจไว้ ที่ระบุไว้ในตารางที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์แล้วแต่กรณี ต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้แก่บริษัททันที โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท และให้ถือว่าการคุ้มครองรถยนต์นั้นเป็นอันสิ้นสุด
2.3
ใน กรณีรถยนต์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง หรือสูญหายบางส่วน บริษัทและผู้เอาประกันภัย อาจตกลงกันใหม่ให้มีการซ่อม ในวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองแบบแพ็คเกจไว้ ทั้งนี้รวมทั้งอุปกรณ์ของรถยนต์ของรถยนต์นั้น หรือจะชดใช้เงิน เพื่อทดแทนความเสียหายหรือสูญหายนั้นก็ได้ ในการซ่อมรถยนต์ หรือในการกำหนดจำนวนเงินชดใช้ หากตกลงกันไม่ได้ ให้จัดซ่อมโดยอู่กลางกรมการประกันภัยที่นายทะเบียนจัดตั้ง
ข้อ จำกัดความรับผิดของบริษัท : ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ บริษัทรับผิดไม่เกินกว่าราคานำเข้าที่ส่งมาทางเรือ
ข้อ3.การดูแลขนย้าย
เมื่อ มีความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดไฟไหม้ บริษัทจะจ่ายค่าดูแลรักษาเครื่องยนต์ และค่าขนย้ายรถยนต์ทั้งหมด นับแต่วันเกิดเหตุจนกว่าการซ่อมแซม หรือการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะเสร็จสิ้น ตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าซ่อมแซม
ข้อ4.การสละสิทธิ
ใน กรณีที่มีความเสียหายหรือสูญหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย บริษัทสละสิทธิ์ในการไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์นั้น เว้นแต่การใช้โดยบุคคลของอู่ เมื่อรถยนต์ได้มอบให้อู่ทำการซ่อม โดยการซ่อมนั้นบริษัทมิได้เป็นผู้สั่ง หรือให้ความยินยอม
ข้อ 5. การยกเว้นรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ การประกันภัยนี้ ไม่คุ้มครองความสูญหาย หรือไฟไหม้อันเกิดจาก
5.1
ความ เสียหายหรือสูญหาย อันเกิดจากการลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์ โดยบุคคลได้รับมอบหมาย หรือครอบครองรถยนต์ ตามสัญญาเช่า สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาจำนำ หรือโดยบุคคลที่จะกระทำสัญญาดังกล่าวข้างต้น
5.2
การใช้รถยนต์นอกอาณาเขตที่คุ้มครอง

ความคุ้มครองเพิ่มเติม

เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (ร.ย. 01)
-
ผู้ ได้รับความคุ้มครอง หมายถึง ผู้ขับขี่/หรือผู้โดยสาร ตามจำนวนที่ระบุในตาราง ซึ่งอยู่ในหรือกำลังขับขี่ หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์
-
อุบัติเหตุ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จากปัจจัยภายนอกร่างกาย และทำให้เกิดผลที่ผู้ได้รับความคุ้มครอง มิได้เจตนาหรือมุ่งหวัง และให้หมายความรวมถึงการถูกฆาตกรรมด้วย
-
การสูญเสียโดยถาวรสิ้นเชิง ให้รวมถึงการสูญเสียสมรรถภาพในการใช้งานของอวัยวะนั้น โดยถาวรสิ้นเชิง
-
การสูญเสียสายตา หมายถึง ตาบอดสนิท และไม่มีทางรักษาให้หายได้ตลอดไป
-
ทุพพลภาพถาวร หมายถึง ทุพพลภาพถึงขนาดที่ไม่สามารถประกอบอาชีพใด หรือทำงานใด เพื่อสินจ้างได้โดยสิ้นเชิง และตลอดไป
-
ทุพพลภาพ ชั่วคราว หมายถึง ทุพพลภาพถึงขนาดที่ไม่สามารถประกอบหน้าที่การงาน ในอาชีพประจำตามปกติได้โดยสิ้นเชิงในชั่วระยะเวลาหนึ่ง
บริษัท จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความสูญเสีย อันเกิดจากความบาดเจ็บ ของผู้ได้รับความคุ้มครองโดยอุบัติเหตุ ซึ่งทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้
การคุ้มครองข้อ 1. เสียชีวิต
ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครองเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุก็ดี หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกัน ในโรงพยาบาลในฐานะคนไข้ใน และเสียชีวิต เพราะเหตุบาดเจ็บนั้นก็ดี บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตามจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตาราง ให้แก่ทายาทของผู้ได้รับความคุ้มครอง
การคุ้มครองข้อ2. สูญเสีย มือ เท้า สายตา
ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ไม่มีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครองต้องเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ แต่มีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ได้รับการสูญเสียโดยถาวรสิ้นเชิง ภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุก็ดี หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกันในโรงพยาบาล ในฐานะคนไข้ใน และเป็นเหตุให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ได้รับการสูญเสียโดยสิ้นเชิง ดังกำหนดข้างล่างนี้ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองดังนี้
100%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
100%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อมือ และเท้าหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า
100%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อมือ และสายตาหนึ่งข้าง
100%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับเท้าหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า และสายตาหนึ่งข้าง
50%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
50%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
50%
ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
บริษัทจะจ่ายค่าทดแทนตามข้อนี้เพียงรายการสูงสุดรายการเดียวเท่านั้น
การคุ้มครองข้อ 3. ทุพพลภาพถาวร
ถ้า ความบาดเจ็บมีผลภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง เกิดทุพพลภาพถาวร และทุพพลภาพถาวรนั้น ได้เป็นเวลาติดต่อไม่น้อยกว่า 12 เดือน หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่า ผู้ได้รับความคุ้มครองนั้น ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวร บริษัทจะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ ตามจำนวนเงินเอาประกันภัยดังระบุไว้ในตาราง หักด้วยจำนวนเงินที่ใช้ หรือต้องใช้ ตามการคุ้มครองข้อ 1. หรือข้อ 2. ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง
การคุ้มครองข้อ 4. ทุพพลภาพชั่วคราว
ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพชั่วคราว ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกันในโรงพยาบาล ในฐานะคนไข้ใน และเป็นเหตุให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพชั่วคราว บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองเป็นระยะ ๆ ตลอดเวลาที่ยังทุพพลภาพอยู่ ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในตาราง แต่ไม่เกิน 52 สัปดาห์ ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
บริษัท จะไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามการคุ้มครองข้อนี้ หากอุบัติเหตุมีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง เกิดความสูญเสียตามการคุ้มครอง ตามข้อ 1. หรือข้อ 2. หากความสูญเสียมีผลทำให้ มีทุพพลภาพถาวรเกิดขึ้นต่อผู้ได้รับความคุ้มครองตามการคุ้มครอง ข้อ 3. ค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทใช้ตามการคุ้มครองข้อนี้ จะมีการหักจากจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่บริษัทต้องใช้ตามการคุ้มครองข้อ 3.
การยกเว้น
การ ขยายเพิ่มเติมนี้ ไม่คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือการทุพพลภาพ อันเกิดขึ้นเป็นผลโดยตรง หรือโดยอ้อมทั้งหมดหรือบางส่วน จากการกระทำผิดอาชญากรรมสถานหนัก โดยผู้ได้รับความคุ้มครองนั้น
เงื่อนไขอื่น
เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ บริษัทจะใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่น ๆ ตามที่จ่ายจริง ซึ่งได้เกิดขึ้นภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบุคคลใด ซึ่งได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย เนื่องจากอุบัติเหตุในขณะอยู่ใน หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์ ความรับผิดชอบของบริษัทต่อคนในแต่ละครั้ง จะไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง และการขยายเพิ่มเติมนี้ มีผลบังคับเฉพาะต่อรถยนต์ที่ระบุไว้ในตาราง
เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม ค่ารักษาพยาบาล (ร.ย. 02)
เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ บริษัทจะใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่น ๆ ตามที่จ่ายจริง ซึ่งได้เกิดขึ้นภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบุคคลใด ซึ่งได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย เนื่องจากอุบัติเหตุในขณะอยู่ใน หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์ ความรับผิดชอบของบริษัทต่อคนในแต่ละครั้ง จะไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง และการขยายเพิ่มเติมนี้ มีผลบังคับเฉพาะต่อรถยนต์ที่ระบุไว้ในตาราง
เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม ค่ารักษาพยาบาล (ร.ย. 0
เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ บริษัทจะประกันตัวผู้เอาประกันภัย หรือบุคคลใด ซึ่งขับขี่รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีรถยนต์ที่ระบุไว้ในตารางเกิดอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้บุคคลดังกล่าวถูกควบคุมตัวในคดีอาญา การประกันตัวบุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการโดยไม่ชักช้า ตามจำนวนเงินที่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาลกำหนดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เงื่อนไข : การขยายเพิ่มเติมนี้ อยู่ภายใต้บังคับของเงื่อนไข และการยกเว้นแห่งกรมธรรม์ ที่ปรากฏในสัญญาหมวดเงื่อนไขทั่วไป

| ประกันภัยรถยนต์ | แนะนำตัวXpressCenter | โปรโมชั่น ประกันภัยรถยนต์ | ประกัน 2-3+ | ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 | ประกันภัยรถยนต์ชั้น1โลว์คอส์ท | เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ | เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ผ่านmsn | บริการต่อภาษีรถยนต์ | ประกันภัยอื่นๆ |

Copyright © 2006 www.vgetone.com - XpressCenter.