
เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ฟรีสัมผัสบริการแบบ V.I.P ด้วยตัวคุณเอง
ประกันภัยรถยนต์ชั้น3
เงื่อนไข กธ.ประกันภัยรถยนต์ชั้น3
หมวดเงื่อนไขทั่วไปข้อ
- 1. คำนิยามศัพท์เมื่อใช้ในกรมธรรม์ หรือ เอกสารแนบท้ายกรมธรรม์นี้
- “บริษัท” หมายถึง บริษัทที่ออกกรมธรรม์
- “ผู้เอาประกันภัย” หมายถึง บุคคลที่ระบุชื่อเป็นผู้เอาประกันภัย ในตาราง
- “รถยนต์” หมายถึง รถยนต์ที่เอาประกันภัย ซึ่งมีรายการที่ระบุไว้ในตาราง
- “ตาราง” หมายถึง ตารางแห่งกรมธรรม์นี้
- “อุบัติเหตุแต่ละครั้ง” หมายถึง เหตุการณ์หนึ่ง หรือหลายเหตุการณ์สืบเนื่องกัน ซึ่งเกิดจากสาเหตุเดียวกัน
- “ความ เสียหายส่วนแรก” หมายถึง ส่วนแรกของความรับผิด หรือความเสียหาย อันมีการคุ้มครอง ตามข้อสัญญา หรือเอกสารแนบท้ายแห่งกรมธรรม์ประกันภัยนี้ ที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง
- ข้อ 2.การยกเว้นทั่วไป
- 2.1 กรมธรรม์นี้ ไม่คุ้มครองความเสียหาย หรือความรับผิด อันเกิดขึ้นเป็นผลโดยตรง หรือโดยอ้อมจาก
- 2.2 สงคราม การรุกราน การกระทำของชาติศัตรู การสู้รบ หรือการปฏิบัติการ ที่มีลักษณะเป็นการทำสงคราม (จะได้ประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม)
- 2.3 สงคราม กลางเมือง การแข็งข้อของทหาร การกบฏ การปฏิวัติ การต่อต้านรัฐบาล การยึดอำนาจปกครองโดยกำลังทหาร หรือโดยประการอื่น ประชาชนก่อความวุ่นวาย ถึงขนาดหรือเท่ากับการลุกฮือต่อต้านรัฐบาล
- 2.4 วัตถุ อาวุธปรมาณู การแตกตัวของประจุ การแผ่รังสี การกระทบกับกัมมันตภาพรังสี จากเชื้อเพลิงปรมาณู หรือจากกากปรมาณู อันเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงปรมาณู และสำหรับจุดประสงค์ของข้อสัญญานี้ การเผานั้น รวมถึงกรรมวิธีใด ๆ แห่งการแตกแยกตัวปรมาณู ซึ่งดำเนินติดต่อกันไปด้วยตัวของมันเอง
- ข้อ3.การจัดการเรียกร้องเมื่อเกิดความเสียหาย
- เมื่อ มีความเสียหาย หรือความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ จะต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า และดำเนินการอันจำเป็น เพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมาย บริษัทมีสิทธิเข้าดำเนินการในนามของผู้เอาประกันภัย เกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ หากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ภายใต้ความคุ้มครองในกรมธรรม์ ความคุ้มครองของบริษัท จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ ดำเนินการโดยสุจริต
- ข้อ 4. ความรับผิดของบริษัท เมื่อมีการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
- เมื่อ มีความเสียหาย หรือความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ จะต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า และดำเนินการอันจำเป็น เพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมาย บริษัทมีสิทธิเข้าดำเนินการในนามของผู้เอาประกันภัย เกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ หากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ภายใต้ความคุ้มครองในกรมธรรม์ ความคุ้มครองของบริษัท จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ ดำเนินการโดยสุจริต
- ข้อ5.การแก้ไข
- สัญญาคุ้มครองและเงื่อนไขกรมธรรม์นี้ จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยเอกสารแนบท้ายของบริษัทเท่านั้น
- ข้อ6.การลดเบี้ยประกันภัยประวัติดี
- 6.1
- ใน กรณีผู้เอาประกันภัย มีรถยนต์เอาประกันภัยไว้กับบริษัทน้อยกว่า 3 คัน บริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย เป็นลำดับขั้นดังนี้
- ขั้นที่ 1 20% ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัยปีแรก
- ขั้นที่ 2 30% ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัย 2 ปีติดต่อกัน
- ขั้นที่ 3 40% ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัย 3 ปีติดต่อกัน
- ขั้นที่ 4 50% ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัย 4 ปีติดต่อกัน หรือกว่านั้น
- ทั้ง นี้ บริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้ต่อเมื่อ ผู้เอาประกันภัย ได้ต่ออายุการประกันภัยกับบริษัท และเฉพาะข้อตกลงคุ้มครอง ที่ต่ออายุเท่านั้น
- คำ ว่า “รถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย” ให้หมายความรวมถึง รถยนต์คันที่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ค่าเสียหายนั้น มิได้เกิดจากความประมาทของรถยนต์คันเอาประกันภัย และผู้เอาประกันภัย สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้
- หาก ในระหว่างปีกรมธรรม์ ที่ผู้เอาประกันภัยได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยประวัติดี มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัทแล้ว ในการต่ออายุการประกันภัยปีต่อไป บริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยดังนี้
- (ก) ลดลงหนึ่งลำดับขั้นจากเดิม หากการเรียกร้องนั้น เกิดจากความประมาทของรถยนต์คันเอาประกันภัย หรือผู้เอาประกันภัย ไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้
- (ข) ลดลงสองลำดับขั้นจากเดิม แต่ไม่เกินอัตราปกติ หากมีการเรียกร้องที่รถยนต์คันเอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัท ทราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป รวมกันมีจำนวนเงินเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย
- 6.2
- ใน กรณีผู้เอาประกันภัย มีรถยนต์เอาประกันภัยไว้กับบริษัทตั้งแต่ 3 คันขึ้นไป บริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย ดังนี้
- 30% ของเบี้ยประกันภัยของปีที่ต่ออายุของรถยนต์ทุกคัน ที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัท หักด้วยจำนวนเงินค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบริษัท ในปีที่เอาประกันภัย ในกรณีได้เอาประกันภัยรถยนต์ 3 คันถึง 9 คัน
- 35% ของเบี้ยประกันภัยของปีที่ต่ออายุของรถยนต์ทุกคัน ที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัท หักด้วยจำนวนเงินค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบริษัท ในปีที่เอาประกันภัย ในกรณีได้เอาประกันภัยรถยนต์ 10 คันถึง 19 คัน
- 40% ของเบี้ยประกันภัยของปีที่ต่ออายุของรถยนต์ทุกคัน ที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัท หักด้วยจำนวนเงินค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบริษัท ในปีที่เอาประกันภัย ในกรณีได้เอาประกันภัยรถยนต์ 20 คันหรือกว่านั้น
- ทั้ง นี้ บริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้ต่อเมื่อ ผู้เอาประกันภัย ได้ต่ออายุการประกันภัยกับบริษัท และเฉพาะข้อตกลงคุ้มครอง ที่ต่ออายุเท่านั้น
- คำ ว่า “จำนวนเงินค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบริษัท” ไม่รวมถึงค่าเสียหายที่มิได้เกิดจากความประมาท ของรถยนต์คันเอาประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัย สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้
- ข้อ 7. การเพิ่มเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดี
- ใน กรณีผู้เอาประกันภัย มีรถเอาประกันไว้กับบริษัทคันเดียวหรือหลายคัน และมีการเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างปีที่เอาประกันภัย ที่เกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งรถยนต์คันที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ อย่างน้อยตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป มีจำนวนเงินเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย บริษัทจะเพิ่มเบี้ยประกันภัยเป็นขั้น ๆ ดังนี้
- ขั้นที่ 1 20% ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ
- ขั้นที่ 2 30% ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ ในกรณีมีค่าเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อบริษัท 2 ปีติดต่อกัน
- ขั้นที่ 3 40% ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ ในกรณีมีค่าเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อบริษัท 3 ปีติดต่อกัน
- ขั้นที่ 4 50% ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ ในกรณีมีค่าเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อบริษัท 4 ปีติดต่อกัน หรือกว่านั้น
- ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัยถูกเพิ่มเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดี ไม่ว่าลำดับขั้นใด และในปีกรมธรรม์นั้น มีการเรียกร้องค่าเสียหาย ที่รถยนต์คันเอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ ไม่ถึง 2 ครั้ง หรือถึง 2 ครั้ง แต่มีค่าเสียหายไม่เกิน 200% ของเบี้ยประกันภัยแล้ว ในการต่ออายุการประกันภัย บริษัทจะใช้เบี้ยประกันภัยในลำดับขั้นเดิม เช่นในปีที่ผ่านมา แต่หากไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย หรือมีการเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น มิได้เกิดจากความประมาทของรถยนต์คันเอาประกันภัย และผู้เอาประกันภัย สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้แล้ว ในการต่ออายุการประกันภัยในปีต่อไป บริษัทจะใช้เบี้ยประกันภัยในอัตราปกติ
- ข้อ8.การโอนรถยนต์
- ใน กรณีผู้เอาประกันภัย มีรถเอาประกันไว้กับบริษัทคันเดียวหรือหลายคัน และมีการเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างปีที่เอาประกันภัย ที่เกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งรถยนต์คันที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ อย่างน้อยตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป มีจำนวนเงินเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย บริษัทจะเพิ่มเบี้ยประกันภัยเป็นขั้น ๆ ดังนี้
- ข้อ9.การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ
- ใน กรณีที่มีข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใด ๆ ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ ระหว่างผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยกับบริษัท และหากผู้มีสิทธิเรียกร้องประสงค์ และเห็นควรยุติข้อพิพาทนั้น โดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ บริษัทตกลงยินยอม และให้ทำการวินิจฉัยชี้ขาด โดยอนุญาโตตุลาการ ตามข้อบังคับกรมการประกันภัย ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ
- ข้อ10.การตีความกรมธรรม์ประกันภัย
- ข้อ ที่ปรากฏในกรมธรรม์ประกันภัยนี้ รวมทั้งเอกสารแนบท้าย และเอกสารประกอบ ให้ตีความตามคู่มือการตีความที่นายทะเบียน ได้ให้ความเห็นชอบไว้
- ข้อ1.การสิ้นผลบังคับของกรมธรรม์
- กรมธรรม์ประกันภัยนี้ จะสิ้นผลบังคับเมื่อ
- 11.1 ณ วันที่ เวลา ที่ระบุไว้ในตาราง
- 11.2 ผู้เอาประกันภัยไม่ชำระเบี้ยประกันภัย
- หาก ผู้เอาประกันภัย ไม่ชำระเบี้ยประกันภัย ภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลบังคับ ให้ถือว่าผู้เอาประกันภัย ไม่ประสงค์จะเอาประกันภัยอีกต่อไป และให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันพ้นกำหนดดังกล่าว และการชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่พนักงาน ตัวแทน ผู้รับมอบอำนาจ นายหน้าประกันภัย ตลอดจนบุคคล หรือนิติบุคคล ที่บริษัทยอมรับการกระทำของบุคคล หรือนิติบุคคลดังกล่าว เสมือนตัวแทนของบริษัท ให้ถือว่า เป็นการชำระเบี้ยประกันภัยแก่บริษัทโดยถูกต้อง
- 11.3 มีการบอกเลิกกรมธรรม์
- 11.3.1 บริษัทเป็นผู้บอกเลิก : บริษัทอาจบอกเลิกกรมธรรม์นี้ได้ ด้วยการส่งหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ถึงผู้เอาประกันภัย ตามที่อยู่ครั้งสุดท้าย ที่แจ้งให้บริษัททราบ ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันพ้นกำหนดดังกล่าว และในกรณีนี้ บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัย ให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยหักเบี้ยประกันภัย สำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน
- 11.3.2 ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้บอกเลิก : ผู้เอาประกันภัย อาจบอกเลิกกรมธรรม์นี้ได้ โดยแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันที่บริษัทได้รับหนังสือบอกเลิก หรือวันที่ระบุไว้ในหนังสือบอกเลิก แล้วแต่ว่าวันใดเป็นวันหลังสุด ในกรณีนี้ ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืน ตามอัตราการคืนเบี้ยประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง
| จำนวนวันประกันภัย | ร้อยละของเบี้ยเต็มปี | จำนวนวันประกันภัย | ร้อยละของเบี้ยเต็มปี |
|
1-9 |
72 |
190-199 |
29 |
|
10-19 |
68 |
200-209 |
27 |
|
20-29 |
65 |
210-219 |
25 |
|
30-39 |
63 |
220-229 |
23 |
|
40-49 |
61 |
230-239 |
22 |
|
50-59 |
59 |
240-249 |
20 |
|
60-69 |
56 |
250-259 |
18 |
|
70-79 |
54 |
260-269 |
16 |
|
80-89 |
52 |
270-279 |
15 |
|
90-99 |
50 |
280-289 |
13 |
|
100-109 |
48 |
290-299 |
12 |
|
110-119 |
46 |
300-309 |
10 |
|
120-129 |
44 |
310-319 |
8 |
|
130-139 |
41 |
320-329 |
6 |
|
140-149 |
39 |
330-339 |
4 |
|
150-159 |
37 |
340-349 |
3 |
|
160-169 |
35 |
350-359 |
1 |
|
170-179 |
32 |
360-366 |
0 |
|
180-189 |
30 |
หมวดความคุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก
- ข้อ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง
- บริษัท จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความสูญเสีย หรือความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแก่บุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัย จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดแก่บุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากรถยนต์ที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์นั้น ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย ในนามผู้เอาประกันภัย ดังนี้
- 1.1
- ความ เสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัทต่อคน จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อคนที่ระบุไว้ในตาราง และความรับผิดของบริษัทต่อครั้ง ในกรณีมากกว่าหนึ่งคน จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อครั้งที่ระบุไว้ในตาราง บุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครองตาม 1.1 นี้ ไม่รวมถึงผู้ขับขี่ ที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมาย ตลอดจนลูกจ้างในทางการที่จ้าง คู่สมรส บิดา มารดา และบุตรของผู้ขับขี่นั้น
- 1.2
- ความ เสียหายต่อทรัพย์สิน บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัท จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง
- ความเสียหายต่อทรัพย์สินดังต่อไปนี้จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
- (ก) ทรัพย์สินที่ผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมาย คู่สมรส บิดา มารดา บุตรของผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่นั้นเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้เก็บรักษา ควบคุม หรือครอบครอง
- (ข) เครื่องชั่ง สะพานรถ สะพานรถไฟ ถนน ทางวิ่ง ทางเดิน สนาม หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่อยู่ใต้สิ่งดังกล่าว อันเกิดจากการสั่นสะเทือน หรือจากน้ำหนักรถยนต์ หรือน้ำหนักบรรทุกของรถยนต์
- (ค) ทรัพย์สินที่บรรทุกอยู่ใน หรือกำลังยกขึ้น หรือกำลังยกลงจากรถยนต์
- ข้อ 2. ความเสียหายส่วนแรก
- ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ดังนี้
- (ก)
- 2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สิน ในกรณีที่ใช้รถยนต์ในเวลาเกิดอุบัติเหตุ นอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้ในตาราง
- (ข)
- ตามจำนวนเงินส่วนแรกของความเสียหาย ดังระบุไว้ในตาราง
- (ค)
- 2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ในกรณีเป็นการประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ หากความเสียหายนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัย ซึ่งมิใช่ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์
- ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ ในความเสียหายส่วนแรกเกินหนึ่งข้อ ให้ถือว่าความรับผิดชอบแต่ละข้อเป็นความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น
- ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเองตาม (ก) (ข) และ (ค) บริษัทจะจ่ายแทนผู้เอาประกันภัยไปก่อน เมื่อบริษัทได้จ่ายเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบไปแล้ว ผู้เอาประกันภัยต้องใช้คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือเรียกร้องจากบริษัท
- ข้อ 3. ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี
- ถ้า ผู้เอาประกันภัยถูกฟ้องศาลให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งการประกันภัยนี้มีการคุ้มครอง บริษัทจะต่อสู้คดีในนามของผู้เอาประกันภัย โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท
- ข้อ 4. การคุ้มครองความรับผิดของผู้ขับขี่
- บริษัท จะถือว่าบุคคลใด ซึ่งขับขี่รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย เสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง แต่มีเงื่อนไขว่า
- 4.1
- บุคคลนั้นต้องปฏิบัติตนเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามกรมธรรม์
- 4.2
- บุคคล นั้นไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
- ข้อ 5. การคุ้มครองความรับผิดของผู้โดยสาร
- กรมธรรม์ นี้ให้ความคุ้มครองความรับผิดของผู้โดยสาร เมื่อผู้โดยสารนั้น จะต้องรับผิดจากรถยนต์ที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์นั้น ทั้งนี้เฉพาะเท่าที่มีการประกันภัยไว้โดยมีเงื่อนไขว่า บุคคลนั้นไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงจะรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
- ข้อ 6. การคุ้มครองนายจ้าง
- กรมธรรม์ นี้ให้ความคุ้มครองถึงนายจ้าง ซึ่งไม่ใช่ผู้เอาประกันภัย เมื่อนายจ้างจะต้องรับผิดจากการใช้รถยนต์คันเอาประกันภัยโดยลูกจ้างในทางการ ที่จ้าง ทั้งนี้เฉพาะเท่าที่มีการประกันภัยไว้ แต่มีเงื่อนไขว่า
- 6.1
- นายจ้างต้องปฏิบัติตนอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกรมธรรม์นี้
- 6.2
- นายจ้างไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น เว้นแต่ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
- 6.3
- การคุ้มครองนี้ไม่เพิ่มจำนวนเงินจำกัดความรับผิดของบริษัท
- ข้อ7. การยกเว้นทั่วไป การประกันภัยตามหมวดนี้ ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจาก
- 7.1
- การใช้รถยนต์นอกอาณาเขตคุ้มครอง
- 7.2
- การใช้รถยนต์ในทางผิดกฎหมาย เช่น ใช้รถยนต์ไปปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ขนยาเสพติด เป็นต้น
- 7.3
- การใช้ในการแข่งขันความเร็ว
- 7.4
- การ ใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูง หรือถูกผลักดัน ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย หรือเป็นรถลากจูงโดยสภาพ หรือรถที่มีระบบห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกัน
- 7.5
- ความรับผิดซึ่งเกิดจากสัญญาที่ผู้ขับขี่ทำขึ้น ซึ่งถ้าไม่มีสัญญานั้นแล้ว ความรับผิดของผู้ขับขี่จะไม่เกิดขึ้น
- 7.6
- การขับขี่โดยบุคคล ซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
- ข้อ8.ข้อสัญญาพิเศษ
- ภาย ใต้จำนวนเงินจำกัดความรับผิดที่ระบุไว้ในตาราง บริษัทจะไม่ยกเอาความไม่สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์ประกันภัย หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ของผู้เอาประกันภัย หรือข้อ 7.1, 7.2, 7.3, 7.4, 7.5 หรือเงื่อนไขทั่วไป เว้นแต่ข้อ 2 ของหมวดเงื่อนไขทั่วไป เป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก เพื่อปฏิเสธความรับผิดตาม 1.1 ในหมวดนี้ ส่วนเงื่อนไข 7.6 บริษัทจะไม่นำมาเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก เพื่อปฏิเสธความรับผิดทั้งตาม 1.1 และ 1.2 ในหมวดนี้
- ใน กรณีที่บริษัทไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย หรือรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ ต่อผู้เอาประกันภัย แต่บริษัทได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ในความรับผิดที่ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปแล้ว ผู้เอาประกันภัย ต้องใช้จำนวนเงินที่บริษัทได้จ่ายไปนั้น คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือร้องเรียนจากบริษัท
ความคุ้มครองเพิ่มเติม
- เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (ร.ย. 01)
- -
- ผู้ ได้รับความคุ้มครอง หมายถึง ผู้ขับขี่/หรือผู้โดยสาร ตามจำนวนที่ระบุในตาราง ซึ่งอยู่ในหรือกำลังขับขี่ หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์
- -
- อุบัติเหตุ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จากปัจจัยภายนอกร่างกาย และทำให้เกิดผลที่ผู้ได้รับความคุ้มครอง มิได้เจตนาหรือมุ่งหวัง และให้หมายความรวมถึงการถูกฆาตกรรมด้วย
- -
- การสูญเสียโดยถาวรสิ้นเชิง ให้รวมถึงการสูญเสียสมรรถภาพในการใช้งานของอวัยวะนั้น โดยถาวรสิ้นเชิง
- -
- การสูญเสียสายตา หมายถึง ตาบอดสนิท และไม่มีทางรักษาให้หายได้ตลอดไป
- -
- ทุพพลภาพถาวร หมายถึง ทุพพลภาพถึงขนาดที่ไม่สามารถประกอบอาชีพใด หรือทำงานใด เพื่อสินจ้างได้โดยสิ้นเชิง และตลอดไป
- -
- ทุพพลภาพ ชั่วคราว หมายถึง ทุพพลภาพถึงขนาดที่ไม่สามารถประกอบหน้าที่การงาน ในอาชีพประจำตามปกติได้โดยสิ้นเชิงในชั่วระยะเวลาหนึ่ง
- บริษัท จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความสูญเสีย อันเกิดจากความบาดเจ็บ ของผู้ได้รับความคุ้มครองโดยอุบัติเหตุ ซึ่งทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้
- การคุ้มครองข้อ 1. เสียชีวิต
- ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครองเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุก็ดี หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกัน ในโรงพยาบาลในฐานะคนไข้ใน และเสียชีวิต เพราะเหตุบาดเจ็บนั้นก็ดี บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตามจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตาราง ให้แก่ทายาทของผู้ได้รับความคุ้มครอง
- การคุ้มครองข้อ2. สูญเสีย มือ เท้า สายตา
- ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ไม่มีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครองต้องเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ แต่มีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ได้รับการสูญเสียโดยถาวรสิ้นเชิง ภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุก็ดี หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกันในโรงพยาบาล ในฐานะคนไข้ใน และเป็นเหตุให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ได้รับการสูญเสียโดยสิ้นเชิง ดังกำหนดข้างล่างนี้ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองดังนี้
- 100%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
- 100%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อมือ และเท้าหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า
- 100%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อมือ และสายตาหนึ่งข้าง
- 100%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับเท้าหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า และสายตาหนึ่งข้าง
- 50%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
- 50%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
- 50%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
- บริษัทจะจ่ายค่าทดแทนตามข้อนี้เพียงรายการสูงสุดรายการเดียวเท่านั้น
- การคุ้มครองข้อ 3. ทุพพลภาพถาวร
- ถ้า ความบาดเจ็บมีผลภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง เกิดทุพพลภาพถาวร และทุพพลภาพถาวรนั้น ได้เป็นเวลาติดต่อไม่น้อยกว่า 12 เดือน หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่า ผู้ได้รับความคุ้มครองนั้น ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวร บริษัทจะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ ตามจำนวนเงินเอาประกันภัยดังระบุไว้ในตาราง หักด้วยจำนวนเงินที่ใช้ หรือต้องใช้ ตามการคุ้มครองข้อ 1. หรือข้อ 2. ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง
- การคุ้มครองข้อ 4. ทุพพลภาพชั่วคราว
- ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพชั่วคราว ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกันในโรงพยาบาล ในฐานะคนไข้ใน และเป็นเหตุให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพชั่วคราว บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองเป็นระยะ ๆ ตลอดเวลาที่ยังทุพพลภาพอยู่ ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในตาราง แต่ไม่เกิน 52 สัปดาห์ ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
- บริษัท จะไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามการคุ้มครองข้อนี้ หากอุบัติเหตุมีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง เกิดความสูญเสียตามการคุ้มครอง ตามข้อ 1. หรือข้อ 2. หากความสูญเสียมีผลทำให้ มีทุพพลภาพถาวรเกิดขึ้นต่อผู้ได้รับความคุ้มครองตามการคุ้มครอง ข้อ 3. ค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทใช้ตามการคุ้มครองข้อนี้ จะมีการหักจากจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่บริษัทต้องใช้ตามการคุ้มครองข้อ 3.
- การยกเว้น
- การ ขยายเพิ่มเติมนี้ ไม่คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือการทุพพลภาพ อันเกิดขึ้นเป็นผลโดยตรง หรือโดยอ้อมทั้งหมดหรือบางส่วน จากการกระทำผิดอาชญากรรมสถานหนัก โดยผู้ได้รับความคุ้มครองนั้น
- เงื่อนไขอื่น
- เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ บริษัทจะใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่น ๆ ตามที่จ่ายจริง ซึ่งได้เกิดขึ้นภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบุคคลใด ซึ่งได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย เนื่องจากอุบัติเหตุในขณะอยู่ใน หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์ ความรับผิดชอบของบริษัทต่อคนในแต่ละครั้ง จะไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง และการขยายเพิ่มเติมนี้ มีผลบังคับเฉพาะต่อรถยนต์ที่ระบุไว้ในตาราง
- เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม ค่ารักษาพยาบาล (ร.ย. 02)
- เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ บริษัทจะใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่น ๆ ตามที่จ่ายจริง ซึ่งได้เกิดขึ้นภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบุคคลใด ซึ่งได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย เนื่องจากอุบัติเหตุในขณะอยู่ใน หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์ ความรับผิดชอบของบริษัทต่อคนในแต่ละครั้ง จะไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง และการขยายเพิ่มเติมนี้ มีผลบังคับเฉพาะต่อรถยนต์ที่ระบุไว้ในตาราง
- เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม ค่ารักษาพยาบาล (ร.ย. 0
- เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ บริษัทจะประกันตัวผู้เอาประกันภัย หรือบุคคลใด ซึ่งขับขี่รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีรถยนต์ที่ระบุไว้ในตารางเกิดอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้บุคคลดังกล่าวถูกควบคุมตัวในคดีอาญา การประกันตัวบุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการโดยไม่ชักช้า ตามจำนวนเงินที่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาลกำหนดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เงื่อนไข : การขยายเพิ่มเติมนี้ อยู่ภายใต้บังคับของเงื่อนไข และการยกเว้นแห่งกรมธรรม์ ที่ปรากฏในสัญญาหมวดเงื่อนไขทั่วไป