ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล
(My Personal Care)
คุ้มครองอุบัติเหตุ 24 ชั่งโมง ทั่วโลก พร้มค่ารักษาพยาบาล
ฟรี...จำนวนเงินเอาประกันเพิ่มสำหรับการต่ออายุกรมธรรม์ 10
%
ของปีแรก ติดต่อกันนานสูงสุดไม่เกิน 50% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยปีแรก
การชดเชยรายได้ระหว่างการพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุ
เงินช่วยเหรือปลงศพกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
การจ่ายผลประโยชน์เพิ่มเติมให้อีกหนึ่งเท่าในกรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต
ขณะปฎิบัติงานให้กับบริษัทนายจ้าง
บัตรทอง
PA Gold Card เพื่อสิทธิในการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันอุบัติเหตุ แบบกลุ่ม
My SMEs PA Care
• ให้ความคุ้มครอง 24 ชั่วโมงทั่วโลก
• ให้ความคุ้มครองเป็น 2 เท่า ในกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ
• เงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุและเจ็บป่วย
• พร้อมบัตรทอง “PA GOLD CARD” ใช้ชำระค่ารักษาพยาบาลแทนเงินสด ความคุ้มครองและสิทธิพิเศษที่ท่านจะได้รับ •ให้ความคุ้มครอง 24 ชั่วโมงทั่วโลก
•ให้ความคุ้มครองเป็น 2 เท่า ในกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ
•เบี้ยประกันภัยต่ำเป็นพิเศษ แต่ให้ผลประโยชน์สูงสุดก่พนักงาน/ลูกจ้าง *หากซื้อแผนประกันภัยที่มีค่ารักษาพยาบาล ท่านจะได้รับ PA GOLD CARD เพื่อสิทธิพิเศษในการรักษาพยาบาลตามวงเงินที่ได้รับความคุ้มครอง โดยไม่ต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อนแต่อย่างไรกับโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรม ที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิตvsประกันสุขภาพ
ประกันชีวิต vs ประกันสุขภาพ
มี คนจำนวนมากเข้าใจว่าถ้าทำประกันชีวิตแล้ว เมื่อเจ็บป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุ จะสามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากบริษัทประกันชีวิตได้ ความจริงก็คือเบิกได้ ถ้ากรมธรรม์ประกันชีวิตที่บุคคลนั้นถือครองอยู่เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ มีการซื้อสัญญาเพิ่มเติมในส่วนของการประกันสุขภาพแนบอยู่ด้วย แต่ถ้ากรมธรรม์ประกันชีวิตฉบับนั้นไม่ได้มีสัญญาเพิ่มเติมส่วนนี้ก็จะเบิก ไม่ได้ ดังนั้นในขณะที่จะซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ท่านต้องแน่ใจว่าท่านต้องการความคุ้มครองในส่วนของการประกันประกันสุขภาพ หรือไม่ เพราะส่วนของการประกันสุขภาพสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นท่านต้องจ่าย เบี้ยประกันเพิ่มเติมจากกรมธรรม์หลัก และท่านสามารถเลือกวงเงินคุ้มครองในส่วนของการประกันสุขภาพได้ด้วยว่าท่าน ต้องการวงเงินคุ้มครองระดับใดโดยปกติจะแปรผันตามอัตราค่าห้องผู้ป่วยที่ท่าน เลือก กล่าวคือหากเลือกอัตราค่าห้องที่สูงกว่า ท่านก็จะได้รับวงเงินคุ้มครองในการเบิกค่ารักษาพยาบาลได้มากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเลือกอัตราค่าห้องที่สูง เบี้ยประกันที่ท่านต้องจ่ายเพิ่มก็จะสูงตามไปด้วยและในส่วนของเบี้ยประกัน สุขภาพนี้มักจะมีการปรับเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุของท่านที่เพิ่มขึ้น ปกติจะปรับเพิ่มขึ้นทุก ๆ 5 ปี แล้วแต่การแบ่งขอบเขตของช่วงอายุที่บริษัทนั้น ๆ กำหนดไว้ เช่น อายุ 30 – 35 ปี / อายุ 36 – 40 ปี / อายุ 41 – 45 ปี เป็นต้น

ส่วนของการประกันสุขภาพที่แนบอยู่กับกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้น ถือเป็นกรมธรรม์ประเภทประกันวินาศภัยประเภทหนึ่งคล้ายกับการประกันรถยนต์ คือเป็นการรับประกันปีต่อปีและจ่ายค่าชดเชยเท่าความเสียหาย ( เจ็บป่วย ) ที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินวงเงินคุ้มครองที่ซื้อไว้และไม่ว่าจะมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาหรือไม่ เมื่อครบช่วงเวลาที่บริษัทกำหนดไว้ว่าจะมีการปรับเพิ่มเบี้ยประกัน อัตราเบี้ยประกันสุขภาพในปีนั้นจะถูกปรับเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาผู้ถือกรมธรรม์จะไม่เคยเบิกค่ารักษาพยาบาลก็ตาม เหตุผลสำคัญที่ทำให้เบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นก็เพราะอัตราความเสี่ยงในการเจ็บป่วยก็จะมากขึ้นนั่นเอง

ในส่วนของการประกันสุขภาพที่ท่านซื้อไว้แนบท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิตของท่านนั้น แม้ว่าท่านจะไม่ซื้อสัญญาเพิ่มเติมความคุ้มครองอุบัติเหตุไว้ เมื่อท่านได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ท่านก็สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุได้ด้วยตามวงเงินที่ระบุไว้ในสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพที่ท่านซื้อไว้ ทั้งนี้มักจะรวมถึงการบาดเจ็บเล็กน้อยในลักษณะของการรักษาแบบผู้ป่วยนอกด้วย แต่ต้องเป็นการเข้ารักษาในโรงพยาบาลภายในเวลา 24 โมง นับจากเกิดอุบัติเหตุ คือรีบเข้ารักษาพยาบาลทันทีนั่นเองและต้องเป็นการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้นไม่รวมถึงการรักษาตามคลินิก จึงจะสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากการประกันสุขภาพที่แนบอยู่กับกรมธรรม์ประกันชีวิตได้

ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สามารถเบิกได้นั้นปกติจะครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงตั้งแต่ค่าห้อง ค่าอาหารค่าบริการพยาบาล ค่ายา ค่าน้ำเกลือ และค่าใช้จ่ายอื่นๆในการรักษาพยาบาล ค่าศัลยกรรม ค่าห้องผ่าตัด ค่าวางยาสลบ ค่าตรวจในห้องแลบขณะเป็นผู้ป่วยนอก ค่าตรวจ เยี่ยมประจำวันของแพทย์ ทั้งนี้หากผู้ถือกรมธรรม์มีการประกันสุขภาพอยู่หลายฉบับสามารนำ ค่าใช้จ่ายครั้งนั้นเบิกได้จากทุกกรมธรรม์ตราบเท่าที่ยังไม่เกินค่าใช้จริง ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประกันจากบริษัทเดียวกันหรือต่างบริษัทก็ตามและจะขอเบิก จากกรมธรรม์ใดก่อนก็ได้ ทั้งนี้รวมถึงข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่สามารถเบิกจากทางราชการได้อยู่แล้วหรือพนักงานของบริษัท ห้างร้านต่างๆที่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากกองทุนประกันสังคมก็ยังสามารถเลือก ได้ว่าจะเบิกจากประกันสังคมหรือจะเบิกจากกรมธรรม์ประกันสุขภาพ ภายใต้หลักการเดียวกันคือเบิกได้ไม่เกินค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง และไม่เกินวงเงินคุ้มครอง และเมื่อเลือกเบิกจากทางใดทางหนึ่งแล้วหากได้รับการชดใช้จนครบถ้วนตามใบ เสร็จครั้งนั้นแล้วก็ไม่สามารถไปขอเบิกจากที่อื่นได้อีก
ประกันอุบัติเหตุสำหรับครอบครัว
ประกันอุบัติเหตุสำหรับครอบครัว
(My Family Care)
กรมธรรม์ฉบับเดียวคุ้มครองทั้งครอบครัว
คุ้มครองฟรี บุตร/ธิดาอายุระหว่าง 1-20 ปีบริบูรณ์ หรือไม่เกิน 23 ปีบริบูรณ์ กรณีศีกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย หรืออุดมศึกษา จะได้รับความคุ้มครองโดยไม่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มและไม่จำกัดจำนวน
เบี้ยประกันภัยต่ำเป็นพิเศษ แต่ผลประโยชน์สูงกว่ากรมธรรม์รายเดียว
ฟรี.... จำนวนเงินเอาประกันภัยเพิ่มสำหรับการต่ออายุกรมธรรม์ 10% ของปีแรก ติดต่อกันสูงสุดไม่เกิน 50%ของจำนวนเงินเอาประกันภัยปีแรก
การชดเชยรายได้ระหว่างการพักร้อนตัวอยู่ในโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุสำหรับผู้เอาประกันกับคู่สมรส
เงินช่วยเหลือค่าปลงศพกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
บัตรทอง PA Gold Cord เพื่อสิทธิ์ในการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันอุบัติเหตุ+ประกันมะเร็ง
My PA Plus Cancer
• จ่ายเงินชดเชยทันที เมื่อตรวจพบมะเร็งครั้งแรก
• เบี้ยประกันภัยขั้นต่ำเพียงวันละ 3 บาท
• เบี้ยประกันภัยคงที่ไม่เพิ่มตามอายุ
• ขยายคุ้มครองโรคมะเร็งผิวหนังอื่นๆ 20 เปอร์เซ็นต์ของทุนประกัน
• ไม่ต้องตรวจสุขภาพ
• เจอ จ่าย จบ... จ่ายเงินชดเชยทันทีเมื่อตรวจพบว่าเป็นระเร็งครั้งแรก
• เบี้ยประกันภัยขั้นต่ำ เริ่มต้นเพียงวันละไม่เกิน 3 บาท
• เบี้ยประกันภัยคงที่ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ
• ขยายความคุ้มครองโรคมะเร็งผิวหนังอื่นๆ 20 เปอเซนต์ ของทุนประกันภัยมะเร็ง
• ความคุ้มครองพิเศษค่าใช้จ่ายในกรณีที่ท่านต้องการตรวจเป็นครั้งที่2 เพื่อการยืนยันการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งด้วยความคุ้มครอง “การตรวจวินิจฉัยฉ้ำ (Second Opinion)” สูงสุด 30,000 บาท
• ความคุ้มครองเพิ่มเติมพิเศษ การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคคล คุ้มครองสำหรับการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะหรือสายตาทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง(อบ.1)จากอุบัติเหตุด้วยทุนประกันภัยเดียวกันกับความคุ้มครองโรคมะเร็ง
• กรณีแผนครอบครัวให้ความคุ้มครอง ฟรี .. สำหรับบุตรไม่จำกัดจำนวน
• ไม่ต้องตรวจสุขภาพก่อนทำประกันภัย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิตvsประกันอุบัติเหตุ
ประกันชีวิต vs ประกันอุบัติเหตุ หลาย ๆ ท่านอาจมีความสับสนในความหมายที่แท้จริงของคำว่า ประกันชีวิตกับประกันอุบัติเหตุ มีไม่น้อยที่เข้าใจว่าเหมือนกันหรือเป็นเรื่องเดียวกัน จริง ๆ แล้วกรมธรรม์ 2 ประเภท นี้ไม่เหมือนกันอาจกล่าวได้ว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงก็ไม่ผิดนัก
ข้อแตกต่างระหว่างกรมธรรม์ประกันชีวิต กับ กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุ
ข้อเปรียบเทียบ ประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต
1.ขอบเขตความคุ้มครอง คุ้มครองเฉพาะเมื่อเสียชีวิต จากอุบัติเหตุ คุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณีรวมถึงอุบัติเหตุและการฆ่าตัวตาย (ต้องเป็นการฆ่าตัวตายหลังจากถือกรมธรรม์มาไม่น้อยกว่า 1 ปี ขึ้นไป)
2.ระยะเวลาคุ้มครอง คุ้มครองแบบปีต่อปี คุ้มครองต่อเนื่องจนกว่าจะครบสัญญา
 
3.มูลค่าของกรมธรรม์ มีเฉพาะมูลค่าเงินสดคงเหลือเมื่อยกเลิกกรมธรรม์ มีมูลค่ากรมธรรม์ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป ยกเว้นแบบมีกำหนดระยะเวลา
4.ค่ารักษาพยาบาล
   (ถ้ามี)
เบิกได้เฉพาะการรักษาพยาบาลที่เกิดจากอุบัติเหตุเท่านั้น เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ทั้งจากการเจ็บป่วยและจากอุบัติเหตุ
5.ข้อยกเว้นการคุ้มครอง ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นขณะมึนเมาสุรา ทะเลาะวิวาท การก่อการร้าย การจลาจล ภาวะสงคราม ไม่มีข้อยกเว้นดังกล่าว หมายความว่าถ้ามีกรมธรรม์ชีวิตไม่ว่าจะเสียชีวิตจากสาเหตุใดก็ตาม ผู้รับประโยชน์จะได้รับทุนประกันคืนตามวงเงินที่ทำไว้
กล่าวโดยสรุปก็คือหากมีกรมธรรม์ประกันชีวิต
จะได้รับความคุ้มครองการมรณกรรมจากอุบัติเหตุด้วย
แต่หากมีเฉพาะกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุจะไม่ได้รับ
ความคุ้มครองกรณีมรณกรรมเนื่องจากการเจ็บป่วย
รวมถึงค่ารักษาพยาบาลก็จะเบิกได้เฉพาะการรักษา
พยาบาลจากอุบัติเหตุเท่านั้น
ประกันอุบัติเหตุสำหรับบุคคล VIP.
ประกันอุบัติเหตุสำหรับบุคคล V.I.P
(My Privileged Care)
มากกว่าด้วย...
เบี้ยประกันขันต่ำเพียง 15 บาทต่อวัน
กรมธรรม์ฉบับเดียวสามารถคุ้มครองได้ทั้งครอบรัว
คุ้มครองอุบัติเหตุ 24 ชม.ทั่วโลก 1 ปีเต็ม
ชดเชย 2 เท่ากรณีผู้เอาประกันและคู่สมรส
   เสียชีวิตในอุบัติเหตุเดียวกัน
ชดเชยรายได้ระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
   สูงสุด 365 วันต่ออุบัติเหตุ
พิเศษ...บัตรสิทธิพิเศษ เพื่อสิทธิในการรักษาพยาบาล
   โดยไม่ต้องสำรองเงิน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันอุบัติเหตุ
การประกันอุบัติเหตุ เดินทาง
การประกันภัยการเดินทางคืออะไร และมีความหมายครอบคลุมเพียงใด
           การ ประกันภัยการเดินทาง เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยหากผู้เอาประกันภัย ประสบอุบัติเหตุ และผลของอุบัติเหตุนั้นส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยบาดเจ็บต้องได้รับการรักษา พยาบาล หรือสูญเสียอวัยวะ มือ เท้า และสายตา หรือเสียชีวิต แต่ทั้งนี้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องเกิดขึ้น ภายในระยะเวลาระหว่างการเดินทางที่กำหนดไว้เท่านั้น เช่น คุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2543 - วันที่ 14 สิงหาคม 2543 ตลอดระยะเวลาที่ผู้เอาประกันภัยเดินทางไป – กลับ กรุงเทพ-อเมริกา เป็นต้น
หลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นอย่างไร
    หลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับการประกันภัยการเดินทางแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ
    1. กรณี ที่ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตหรือสูญเสียมือ เท้าและสายตา บริษัทจะจ่ายค่าทดแทน ให้เป็นเงินก้อนแก่ผู้เอาประกันภัยหรือทายาทดังนี้
      1.1 การเสียชีวิต
      100 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
      1.2 การสูญเสียมือ เท้า และ/หรือสายตา รวม 2 ข้าง
      100 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
      1.3 การสูญเสียมือ เท้า หรือสายตาหนึ่งข้าง
      50 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

    2. กรณี ที่ผู้เอาประกันภัยได้รับบาดเจ็บ บริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินชดเชยค่ารักษา พยาบาลตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย
การประกันภัยการเดินทางมีข้อยกเว้นที่บริษัทไม่คุ้มครองอย่างไรบ้าง
  การประกันภัยการเดินทาง จะมุ่งให้ความคุ้มครองต่ออุบัติเหตุที่เป็นความเสี่ยงภัยพื้นฐานของคนโดย ทั่วไปเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการกำหนดข้อยกเว้นในกรมธรรม์ที่จะไม่คุ้มครองในเหตุการณ์ บางอย่าง อาทิเช่น
    1. การกระทำของผู้เอาประกันภัยขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรา หรือยาเสพติด
    2. การฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายร่างกายตนเอง
    3. การแท้งลูก
    4. สงคราม การปฏิวัติ การกบฎ
    5. การจลาจล การนัดหยุดงาน การที่ประชาชนก่อความวุ่นวายลุกฮือฮาต่อต้านรัฐบาล
    6. การแผ่รังสี หรือกัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ อาวุธนิวเคลียร์
    7. การเล่นหรือแข่งกีฬาอันตราย เช่น เล่นสกี การแข่งรถ แข่งเสก็ต เป็นต้น
    8. ขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์
    9. ขณะที่โดยสารอยู่ในเครื่องบินที่มิใช่สายการบินพาณิชย์ เช่น เฮลิคอปเตอร์

การคุ้มครองความเสียหายอื่น ๆ นอกเหนืออุบัติเหตุในการเดินทาง
    การ ประกันภัยการเดินทางนั้น เป็นแบบการประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยและอัตราเบี้ยประกันภัย ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกรมการประกันภัยให้ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทุกบริษัท     ในปัจจุบัน บริษัทประกันภัยหลายบริษัทได้มีการคิดค้นและพัฒนารูปแบบการรับประกันภัยการ เดินทางใหม่ ๆ ขึ้น เพื่อความสะดวกโดยให้ผู้เอาประกันภัยมีทางเลือกและได้รับความคุ้มครองมาก ขึ้นจากกรมธรรม์ประกันภัยมาตรฐาน ความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว อาทิเช่น การชดเชยค่าใช้จ่ายเมื่อมี
    1. การสูญเสียและความเสียหายของกระเป๋าเดินทาง ความล่าช้าของกระเป๋าเดินทาง
    2. การยกเลิก การหยุดชะงักการเดินทาง หรือการเดินทางล่าช้า ความล่าช้าของเที่ยวบิน
    3. การสูญเสียเงินส่วนตัว การสูญเสียเอกสารเดินทาง
    4. ค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายและการส่งกลับประเทศเพื่อรักษาพยาบาล
    5. การส่งศพหรือกระดูกหากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต
    6. ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก เป็นต้น
ด้วยประสบการณ์กว่า 100 ปีในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เราพร้อมที่จะเป็นพลังเคียงข้างคุณ
เป็นบริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำของประเทศไทยโดยการร่วมทุนระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่น่าเชื่อถือมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และกลุ่มอลิอันซ์ ที่ดำเนินงานยาวนานกว่า 100 ปี มีเครือข่ายประกันชีวิตและประกันภัยมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก การร่วมทุนกันนี้ส่งผลให้บริษัท อลิอันซ์ซี.พี.ประกันภัยจำกัดเกิดความแข็งแกร่งทางการเงินสูงอีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการบริหารและการจัดการความเสี่ยง
เป็นอย่างดีเยี่ยมเราภูมิใจที่ได้ให้บริการและคุ้มครองความเสี่ยงทางวินาศภัยทุกประเภท ประกันอุบัติเหต ุคืออะไร         การ ประกันอุบัติเหตุ เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองต่อผู้เอาประกันภัยในกรณีที่ผู้เอา ประกันภัย ประสบอุบัติเหตุได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย และหากผลของการบาดเจ็บนั้นส่งผลให้ผู้เอาประกันภัย ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือรุนแรงถึงขั้นทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิต บริษัทประกันภัยจะเข้ามารับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจาก การรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย หรือจ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยหากผู้เอาประกันภัยต้องสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต กรมธรรม์มีกี่แบบ แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร         การ ประกันอุบัติเหตุ แบ่งออกเป็น 3 กรมธรรม์ ได้แก่ กรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุ ส่วนบุคคล กรมธรรม์ ประกันอุบัติเหต ุกลุ่ม และกรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุ สำหรับนักเรียน นิสิต และนักศึกษา         กรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุ ส่วนบุคคลนั้นใช้สำหรับการประกันภัยเฉพาะบุคคลคนเดียว เท่านั้น ส่วนกรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุ กลุ่มใช้สำหรับกลุ่มบุคคล ที่มีการรวมตัวกันไว้ก่อนแล้ว เช่น กลุ่มพนักงานของบริษัท DOI จำกัด กลุ่มข้าราชการของกรมการประกันภัย เป็นต้น มิใช่กลุ่มที่รวมตัวกันขึ้นเพื่อทำการประกันภัยเท่านั้น และกรมธรรม์ประกันภัยแบบนักเรียน นิสิต นักศึกษานั้นจะเป็นการทำประกันภัยกลุ่มโดยที่สถาบันการศึกษาเป็นผู้จัดทำให้ แก่นักเรียน นักศึกษาในสังกัด การประกันอุบัติเหตุมีแบบความคุ้มครองให้เลือกอย่างไร ใน กรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุ ส่วนบุคคล และอุบัติเหตุกลุ่มนั้น จะมีแบบให้เลือก 2 แบบ คือ แบบ อบ. 1 และ แบบ อบ. 2 ซึ่งแบบ อบ. 1 จะให้ความคุ้มครองน้อยกว่าแบบ อบ. 2 กล่าวคือ
แบบ อบ. 1 จะมีความคุ้มครองให้เลือกซื้อ 4 ความคุ้มครอง ได้แก่

1. การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ/สายตา การทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
2. การทุพพลภาพชั่วคราวสิ้นเชิง
3. การทุพพลภาพชั่วคราวบางส่วน และ
4. การรักษาพยาบาล

ส่วน แบบ อบ. 2 จะให้ความคุ้มครองเพิ่มจาก อบ. 1 คือ การสูญเสียนิ้ว การสูญเสียการรับฟังเสียง/การพูดออกเสียง และการทุพพลภาพถาวรบางส่วน

สำหรับในกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับนักเรียน นิสิต และนักศึกษานั้น จะมีเฉพาะแบบ อบ. 1 เท่านั้น การ ประกันอุบัติเหตุ โดยปกติแล้วจะให้ความคุ้มครองรวมถึงการถูกฆ่า หรือ ถูกทำร้ายร่างกายด้วย ไม่ว่าการถูกฆ่าหรือถูกทำร้ายร่างกายจะเป็นโดยเจตนา หรือไม่ก็ตาม อย่างไรก็ตามหากผู้เอาประกันภัยเห็นว่า ตนไม่มีความเสี่ยงภัยในการถูกฆ่า หรือถูกทำร้ายร่างกาย ก็สามารถที่จะไม่เอาประกันภัยในส่วนนี้ได้ โดยผู้เอา ประกันภัยก็จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยไป ข้อยกเว้นการจ่ายผลประโยชน์         การ ประกันอุบัติเหตจะมุ่งให้ความคุ้มครองที่เป็นความเสี่ยงภัยพื้นฐานของคนโดยทั่วไปเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการกำหนดข้อยกเว้นในกรมธรรม์ ที่จะไม่คุ้มครองในเหตุการณ์บางอย่าง อาทิเช่น 1. การกระทำของผู้เอาประกันภัยขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุราหรือยาเสพติด
2. การฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายร่างกายตนเอง
3. การแท้งลูก
4. สงคราม การปฏิบัติ การกบฎ
5. การจลาจล การนัดหยุดงาน การที่ประชาชนก่อความวุ่นวายลุกฮือต่อต้านรัฐบาล
6. การแผ่รังสีหรือกัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ อาวุธนิวเคลียร์
7. การเล่นหรือแข่งกีฬาอันตราย เช่น
การดำน้ำ การเล่นบันจี้จั๊มพ์ เล่นสกี การแข่งรถ แข่งเรือ แข่งสเก็ต เป็นต้น
8. ขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์
9. ขณะที่โดยสารอยู่ในเครื่องบินที่มิใช่สายการบินพาณิชย์ เช่น เฮลิคอปเตอร์
10. ขณะที่เข้าร่วมการทะเลาะวิวาท ก่ออาชญากรรม หรือหลบหนีการจับกุม
11. ขณะที่เข้าปราบปรามหรือปฏิบัติการทางสงครามหากผู้เอาประกันภัยเป็นทหาร
ตำรวจ หรืออาสาสมัคร ข้อยกเว้นการจ่ายผลประโยชน์เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่
        หาก ผู้เอาประกันภัยต้องการให้ได้รับความคุ้มครอง ในเหตุการณ์ที่ระบุไว้ในข้อยกเว้น ก็สามารถที่จะจ่ายเบี้ยประกันภัย เพิ่มเติมเพื่อขอขยายความคุ้มครองได้ แต่ทั้งนี้การขอขยายความคุ้มครองนั้น สามารถทำได้เพียง 5 กรณีเท่านั้น ได้แก่
1. การขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์
2. การจลาจล การนัดหยุดงาน
3. การสงคราม
4. การโดยสารอากาศยานที่มิได้ประกอบการ โดยสายการบินพาณิชย์
5. การเล่นหรือแข่งกีฬาอันตราย

ค่าเบี้ย ประกันอุบัติเหตุ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง เบี้ย ประกันอุบัติเหต จะขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้ 1. กลุ่มคน         การทำประกันภัยแบบกลุ่มจะถูกกว่าการทำประกันภัยรายบุคคลโดยเฉพาะ อย่างยิ่ง หากกลุ่มคนมีจำนวนมากเบี้ยประกันภัยก็จะยิ่งต่ำลง เช่น จำนวนคน 20 – 49 คน จะได้ลดเบี้ยประกันภัย 10 % จำนวนคน 200 – 999 คน ได้ลดเบี้ยประกันภัย 25 % เป็นต้น         สำหรับ การประกันภัยกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษานั้นเบี้ยประกันภัย จะต่ำกว่ากลุ่มบุคคลทั่วไปแต่ทั้งนี้เบี้ยประกันภัย จะแตกต่างกันตามระดับการศึกษาด้วย โดยการศึกษาระดับอนุบาลและประถม เบี้ยประกันภัยจะต่ำสุด สูงขึ้นมาคือระดับมัธยม ต่อมาคือระดับอุดมศึกษา และสายอาชีพจะมีเบี้ยประกันภัยสูงสุดสำหรับในการประกันภัยกลุ่มนักเรียน 2. อาชีพ การแบ่งชั้นอาชีพในการรับประกันภัยจะแบ่งเป็น 4 ชั้น ได้แก่ อาชีพชั้น 1 ส่วนใหญ่ทำงานประจำในสำนักงาน
อาชีพชั้น 2 ปฏิบัติงานที่ใช้วิชาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้งตลอดเวลา
อาชีพชั้น 3 ปฏิบัติงานด้านช่าง กระบวนการผลิต ที่มีการใช้เครื่องจักรกลหนัก ผู้ใช้แรงงาน การเดินทาง หรือทำงานนอกสำนักงานเป็นประจำ
อาชีพชั้น 4 อาชีพพิเศษที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าชั้นอื่น ๆ เป็นพิเศษ เช่น นักแสดงผาดโผน ใน การแบ่งชั้นอาชีพดังที่กล่าวมาแล้ว อาชีพชั้น 1 จะเป็นชั้นอาชีพที่มีความเสี่ยงภัยต่ำที่สุด เบี้ยประกันภัยก็จะต่ำกว่าอาชีพชั้นอื่น ๆ ในขณะที่อาชีพชั้น 4 เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงภัยสูงที่สุด เบี้ยประกันภัยก็จะสูงกว่าอาชีพอื่น ๆ ดังนั้น อาชีพที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ เช่น คนทำงานในสำนักงาน เบี้ยประกันภัยก็จะต่ำกว่าอาชีพที่มีความเสี่ยงภัยสูง เช่น วิศวกร คนขับรถ คนส่งเอกสาร 3. อายุ         คนที่อายุเกินกว่า 60 ปี เบี้ยประกันภัยจะสูงกว่าคนที่อายุต่ำกว่า 60 ปี 4. ความคุ้มครองที่เลือกซื้อ         ผู้เอาประกันภัยสามารถ เลือกซื้อความคุ้มครองเฉพาะบางอย่างก็ได้ เช่น ต้องการเพียงการเสียชีวิตสูญเสียอวัยวะ และทุพพลภาพ โดยไม่เอา ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเบี้ยประกันภัย ก็จะแปรตามความคุ้มครองที่ต้องการ 5. ความคุ้มครองเพิ่มเติม         หากผู้เอาประกันภัยต้องการขยายความคุ้มครองไปถึงภัยที่มีการยกเว้น ในกรมธรรม์ประกันภัยได้แก่ การขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ การเล่นหรือแข่งกีฬาอันตราย การโดยสารเฮลิคอปเตอร์ การจลาจล/นัดหยุดงาน สงคราม ด้วยแล้วเบี้ยประกันภัยก็จะเพิ่มสูงขึ้น 6. จำนวนเงินเอาประกันภัยที่กำหนด         เบี้ยประกันภัยจะผันแปรตามจำนวนเงินเอาประกันภัยด้วย ดังนั้น ในกรณีการซื้อผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาล ต้องกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย ให้เหมาะสม หากซื้อ ไว้มากเกินความจำเป็น ก็จะเป็นการจ่ายเบี้ยประกันภัยโดยไม่จำเป็น 7. การกำหนดจำนวนความรับผิดส่วนแรก         หากผู้เอาประกันภัยยินยอมรับความเสียหายส่วนแรกเองบางส่วนในกรณีของ ค่ารักษาพยาบาลเบี้ย ประกันภัยก็จะต่ำลง หากผู้เอาประกันภัยยินยอมให้บริษัทงดจ่ายผลประโยชน์ กรณีการทุพพลภาพชั่วคราว ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ เบี้ยประกันภัยก็จะต่ำลง ประกันภัยก็จะต่ำลง กรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ของแต่ละบริษัทเป็นมาตรฐานเดียวกัน หรือไม่มีหลักการในการพิจารณาเลือกซื้ออย่างไร กรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุ เป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกบริษัท แต่ทั้งนี้ อัตราเบี้ยประกันภัยที่บริษัทใช้มีความแตกต่างกัน ดังนั้นผู้ที่ต้องการซื้อประกันภัย ต้องพิจารณาในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. พิจารณาแบบความคุ้มครองระหว่าง แบบ อบ. 1 และ อบ. 2 โดย แบบ อบ. 2 จะมีความคุ้มครองที่กว้างกว่า และน่าจะมีความเหมาะสมกับผู้ทำงานด้านช่าง หรืองานฝีมือที่เกี่ยวข้องกับการใช้นิ้ว
2. พิจารณาความต้องการของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนเงินที่จะเอาประกันภัย ต้องเหมาะสมกับรายได้ (ประมาณ 10 เท่าของรายได้ต่อปี)
3. พิจารณาเบี้ยประกันภัยระหว่างบริษัทประกันภัยต่าง ๆ และเปรียบเทียบกันหลาย ๆ บริษัท
4. พิจารณาฐานะของบริษัทประกันภัย / และวิธีการดำเนินงานของบริษัท
หากเกิดภัยขึ้นตามเงื่อนไข ในกรมธรรม์ผู้เอาประกันภัยควรปฏิบัติเช่นไร
จึงจะมีสิทธิ์ในการเรียกร้อง ค่าสินไหมทดแทน

เมื่อ ผู้เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุต้องแจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบโดยทันที และนำหลักฐานอาทิเช่น ใบเสร็จแสดงรายการค่ารักษาพยาบาล รายงานของแพทย์ ใบแจ้งความ ใบมรณะบัตร เป็นต้น ส่งมอบให้บริษัทประกันภัย ตารางความคุ้มครอง

ความคุ้มครอง

วงเงินคุ้มครอง

1. การเสียชีวิต

100% ของจำนวนเงินเอาประกัน

2. การตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงติดต่อกัน
ไม่น้อยกว่า  12 เดือน นับจากวันที่ได้รับอุบัติเหตุ

100% ของจำนวนเงินเอาประกัน

3. การเสียชีวิตเนื่องจากการถูกฆาตกรรม

100% ของจำนวนเงินเอาประกัน

4. การเสียชีวิตเนื่องจากการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์

100% ของจำนวนเงินเอาประกัน

5. การสูญเสียอวัยวะทั้ง 2 ส่วน

100% ของจำนวนเงินเอาประกัน

6. การสูญเสียอวัยวะ 1 ส่วน

60% ของจำนวนเงินเอาประกัน

7. ค่ารักษาพยาบาล

10% ของจำนวนเงินเอาประกัน
สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

หากท่านต้องการทราบเบี้ยประกันภัย  กรุณาติดต่อ เอ็กเพรส เซ็นเตอร์  โทร 02-939-0923
ผู้เอาประกันภัยต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่เริ่มเอาประกันภัย

XpressCenter
The Best Of Youre Choice

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซด์

 สถิติวันนี้ 139 คน
 สถิติเมื่อวาน 688 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
5304 คน
128779 คน
128779 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-23

| ประกันภัยรถยนต์ | แนะนำตัวXpressCenter | โปรโมชั่น ประกันภัยรถยนต์ | ประกัน 2-3+ | ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 | ประกันภัยรถยนต์ชั้น1โลว์คอส์ท | เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ | เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ผ่านmsn | บริการต่อภาษีรถยนต์ | ประกันภัยอื่นๆ |

Copyright © 2006 www.vgetone.com - XpressCenter.


Produce & Service by  Aiweb